คริปโตลบหนัก 25% ในสัปดาห์เดียว! ตลาดหมีจะจบเมื่อไหร่? Matt Hougan มีคำตอบที่นักลงทุนต้องฟัง

ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีเผชิญมรสุมครั้งใหญ่ หลังราคา Bitcoin (BTC) ร่วงดิ่งกว่า 14% ในวันเดียว และทรุดตัวลงสะสมกว่า 25% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้มูลค่าตลาดหายไปมหาศาล (โดย Bitcoin ร่วงจากจุดสูงสุดลงมาแล้วกว่า 54%) ทางด้าน Matt Hougan ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน (CIO) จาก Bitwise ได้ออกมาวิเคราะห์ 6 ปัจจัยสำคัญที่ฉุดตลาดลง พร้อมเตือนนักลงทุนว่าตลาดหมีรอบนี้อาจลากยาวได้หลายเดือน แต่อย่าเพิ่งถอดใจ เพราะประวัติศาสตร์ชี้ชัดว่า “ผู้ที่อดทน” คือผู้ที่จะได้รับผลตอบแทนสูงสุดในระยะยาว
สรุป 6 ปัจจัยทำตลาดคริปโตดิ่งหนัก
จากการวิเคราะห์ของ Matt Hougan สามารถสรุปสาเหตุสำคัญที่ทำให้นักลงทุนเทขายได้ดังนี้:
-
การปรับตัวตามวงจร 4 ปี (The Four-Year Cycle): นักลงทุนรายใหญ่เริ่มเทขายเพื่อทำกำไรล่วงหน้า เพราะกลัวซ้ำรอยประวัติศาสตร์ที่คริปโตมักจะร่วงแรงหลังช่วงขาขึ้น โดยคาดว่ามีการเทขาย Bitcoin ออกไปแล้วกว่า 3.4 ล้านล้านบาท ($100 Billion) ในปีที่ผ่านมา
-
การดึงดูดจากตลาดอื่น: กระแสความสนใจเริ่มไหลออกจากคริปโตไปยังหุ้นกลุ่ม AI และโลหะมีค่า (Precious Metals) ที่ดูมีความมั่นคงและน่าดึงดูดกว่าในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน
-
วิกฤตการล้างพอร์ตครั้งใหญ่ (Leveraged Liquidation): เหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา ถือเป็นการล้างพอร์ตฝั่ง Long (คนที่พนันว่าราคาจะขึ้น) ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ หลังจากมีถ้อยแถลงที่เหนือความคาดหมายจากโดนัลด์ ทรัมป์ จนเกิดการตื่นตระหนกและขายทอดตลาดอย่างรวดเร็ว
-
ความกังวลต่อนโยบายการเงิน: การเสนอชื่อ Kevin Warsh เป็นประธาน Fed คนใหม่ สร้างความกังวลว่าเขาอาจใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวด (Hawkish) ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโต
-
ความกลัวเรื่อง Quantum Computing: เริ่มมีความกังวลหนาหูว่าคอมพิวเตอร์ควอนตัมอาจเจาะระบบความปลอดภัยของ Bitcoin ได้ในอนาคต แม้จะเป็นเรื่องระยะยาว แต่ความไม่ชัดเจนทำให้เกิดความระแวงในหมู่นักลงทุน
-
ภาวะ Risk-Off ทั่วโลก: ตลาดการเงินโลกกำลังตกอยู่ในสภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยง ไม่ใช่แค่คริปโตที่ร่วง แต่ทองคำ เงิน และหุ้นเทคโนโลยีต่างก็กอดคอกันดิ่งลงเช่นกัน
ตลาดจะถึงจุดต่ำสุด (Bottom) เมื่อไหร่? Hougan ระบุว่าโดยปกติ “ตลาดหมี” จะใช้เวลาประมาณ 12-13 เดือนในการฟื้นตัว แม้ปัจจุบันตลาดจะลงมาแล้ว 54% แต่ในอดีตเคยลงไปลึกถึง 77-86% ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ที่ราคาอาจจะย่อลงได้อีกเล็กน้อยก่อนจะเริ่มกลับตัวเป็นขาขึ้นรอบใหม่









