จาก 1.8 แสนล้าน สู่ 4 ร้อยล้าน! ตลาด NFT ปี 2025 รอดหรือร่วง

จาก 1.8 แสนล้าน สู่ 4 ร้อยล้าน! ตลาด NFT ปี 2025 รอดหรือร่วง

ข่าวสาร
December 27, 2025 by cryptocamping
Frame 1130 - 2025-12-27T150148.499

99% คือตัวเลขการลดลงของมูลค่าตลาด NFT รวมจากจุดสูงสุดในปี 2023 จากที่เคยพุ่งสูงถึง 184,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กลับเหลือเพียงประมาณ 487 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 นี้ ส่งผลให้ยุคทองของการเก็งกำไรภาพโปรไฟล์ (PFP) กลายเป็นอดีตที่ห่างไกล แพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่อย่าง OpenSea และ Magic Eden จึงไม่อาจอยู่นิ่งได้ และต้องเร่งปรับโมเดลธุรกิจเข้าสู่การเป็น “ศูนย์รวมสินทรัพย์ดิจิทัล” ที่มีความหลากหลายมากกว่าแค่การขายงานศิลปะดิจิทัลเพื่อรักษาความอยู่รอดในระบบนิเวศที่เติบโตเต็มที่


ความเงียบเหงาที่ปกคลุมตลาด NFT ในปี 2025 เป็นผลพวงโดยตรงจากการลดลงอย่างรุนแรงของปริมาณการซื้อขายและมูลค่าสินทรัพย์ที่เคยพุ่งสูงอย่างผิดปกติในช่วงปี 2021-2022 เมื่อเหตุการณ์ที่ Beeple ขายงานศิลปะได้มูลค่ามหาศาลหรือกระแส Bored Ape Yacht Club กลายเป็นเพียงเรื่องเล่าในอดีต ตลาดในปัจจุบันจึงเผชิญกับสภาพที่เรียกได้ว่าเป็น “ดินแดนที่รกร้าง” ในเชิงเศรษฐกิจ ผู้เล่นที่ยังคงยืนหยัดอยู่อย่าง OpenSea ได้ตัดสินใจครั้งใหญ่ด้วยการ “รื้อระบบใหม่ทั้งหมด” (Complete Rebuild) ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา เพื่อเปลี่ยนตัวเองจากตลาดซื้อขายภาพวาดดิจิทัลไปสู่การเป็นแพลตฟอร์มที่รองรับการแลกเปลี่ยนข้ามเชน (Cross-chain) และการเปิดตัวกระดานเทรดแบบกระจายศูนย์ (DEX) ของตนเอง เพื่อดึงดูดกลุ่มผู้ใช้งานที่ต้องการความคล่องตัวในการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลที่มากกว่าแค่โทเคนประเภท NFT เพียงอย่างเดียว

James Butterfill หัวหน้าฝ่ายวิจัยจาก CoinShares ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่ทางเลือกแต่เป็นความจำเป็นเชิงโครงสร้าง โดยเขาชี้ให้เห็นว่าในสภาพแวดล้อมที่กิจกรรมการซื้อขาย NFT บริสุทธิ์ (Pure NFT activity) ชะลอตัวลง แพลตฟอร์มที่เคยรุ่งเรืองจากการเทรดคอลเลกชันภาพโปรไฟล์ด้วยความเร็วสูง จำเป็นต้องสร้างฐานเศรษฐกิจที่กว้างขึ้นเพื่อรักษาความสัมพันธ์กับผู้ใช้งานในระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัลที่เริ่มมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น ดังนั้นเราจึงเห็นการควบรวมฟีเจอร์การเทรดโทเคนทั่วไป (Fungible Tokens) เข้ามาอยู่ในหน้าเว็บเดียวกับ NFT ซึ่งเป็นการทำลายกำแพงกั้นระหว่างประเภทสินทรัพย์ที่เคยชัดเจนในอดีตลงอย่างสิ้นเชิง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ลงทุนที่ต้องการบริหารจัดการพอร์ตโฟลิโอแบบเบ็ดเสร็จในที่เดียว

การปรับตัวครั้งนี้ส่งผลกระทบเชิงระบบอย่างกว้างขวางต่ออุตสาหกรรม Web3 โดยรวม เพราะมันหมายถึงการสิ้นสุดของยุค “Hype Cycle” และก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการใช้งานจริง (Utility Era) มากขึ้น การที่แพลตฟอร์มระดับโลกขยายขอบเขตบริการไปยังการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ที่จับต้องได้จริง (Real-World Assets – RWA) และการรวมศูนย์การแลกเปลี่ยนแบบ Multi-chain แสดงให้เห็นว่าโครงสร้างพื้นฐานของ NFT กำลังถูกเปลี่ยนให้กลายเป็น “เลเยอร์แห่งความเป็นเจ้าของ” (Ownership Layer) สำหรับทุกสิ่งบนโลกดิจิทัล ไม่ใช่แค่สินค้าฟุ่มเฟือยเพื่อการสะสมอีกต่อไป ผลกระทบนี้ยังบีบให้โครงการหน้าใหม่ต้องเน้นไปที่การสร้างมูลค่าที่แท้จริง เช่น การประยุกต์ใช้ในเกมมิ่งระดับ AAA หรือการระบุสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญา มากกว่าการเน้นสร้างกระแสผ่านโซเชียลมีเดียเพียงอย่างเดียว

Related posts