Gemini เสียผู้นำระดับสูงยกชุด พร้อมปิดสาขาฝั่งยุโรป-ออสเตรเลีย หวังคืนชีพกำไร

Gemini Space Station Inc. (GEMI) เผชิญภาวะสั่นคลอนครั้งสำคัญหลังประกาศการลาออกของ 3 ผู้บริหารระดับสูงสุด ได้แก่ COO, CFO และ CLO เพียง 5 เดือนหลังจากเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) โดยการเปลี่ยนตัวหมากกระดานนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาวิกฤตที่บริษัทกำลังเร่งปรับโครงสร้างหนีตัวแดง ด้วยการเลิกจ้างพนักงานกว่า 200 ตำแหน่ง (25% ของพนักงานทั้งหมด) และถอยทัพออกจากตลาดสหราชอาณาจักร, ยุโรป และออสเตรเลีย เพื่อลดค่าใช้จ่ายที่คาดว่าจะสูงถึง 380 ล้านบาท (11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2026 นี้
การจากไปของ “คีย์แมน” และการรวมอำนาจคืนสู่ผู้ก่อตั้ง การลาออกของ Marshall Beard (COO), Dan Chen (CFO) และ Tyler Meade (CLO) ถือเป็นการสูญเสียระดับ “มันสมอง” พร้อมกันสามด้าน ทั้งฝ่ายปฏิบัติการ การเงิน และกฎหมาย ที่น่าสนใจคือ Gemini ตัดสินใจไม่แต่งตั้ง COO คนใหม่ แต่เลือกให้ Cameron Winklevoss ผู้ร่วมก่อตั้ง เข้ามาควบตำแหน่งและดูแลด้านการสร้างรายได้โดยตรง เปรียบเสมือนการที่เจ้าของบ้านต้องลงมาจับตะหลิวทำอาหารเองในยามที่ร้านเผชิญวิกฤต เพื่อควบคุมทิศทางให้แม่นยำที่สุด
แผนรัดเข็มขัด: ยอมเจ็บเพื่อจบ? ตัวเลขผลประกอบการเบื้องต้นของปี 2025 ที่ขาดทุนสะสม (Adjusted EBITDA loss) สูงถึงเกือบ 9,000 ล้านบาท ทำให้ Gemini ไม่มีทางเลือกนอกจากต้อง “ตัดอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต”
-
การลดพนักงาน: ปลดออก 25% หรือประมาณ 200 คนทั่วโลก
-
การถอยทัพ: ปิดฐานปฏิบัติการในยุโรปและออสเตรเลีย โดยจะโฟกัสเพียงตลาดหลักอย่างสหรัฐฯ และสิงคโปร์เท่านั้น
-
ค่าใช้จ่ายการปรับโครงสร้าง: บริษัทต้องควักเงินสดจ่ายค่าชดเชยและค่าปิดสาขาอีกกว่า 380 ล้านบาท
สถานการณ์หุ้นและมุมมองนักลงทุน ราคาหุ้น GEMI ร่วงลงกว่า 85% จากจุดสูงสุดที่เคยแตะระดับ 1,580 บาท ($45.89) ลงมาเหลือเพียงไม่ถึง 240 บาท ($6.90) ความเชื่อมั่นของนักลงทุนอยู่ในจุดเปราะบาง แม้ว่าคดีความกับ SEC จะได้รับข่าวดีเรื่องการยกฟ้องเมื่อช่วงต้นปี แต่ปัญหารากฐานอย่าง “รายได้โตไม่ทันรายจ่าย” ยังเป็นโจทย์หินที่พี่น้อง Winklevoss ต้องแก้ให้ตกภายในครึ่งแรกของปี 2026 นี้









