Trump 2.0 กลับมา! ตลาดโลกเดือด หุ้น–คริปโต–ทองทะยานพรวด

Trump 2.0 กลับมา! ตลาดโลกเดือด หุ้น–คริปโต–ทองทะยานพรวด

ข่าวสาร
November 4, 2025 by cryptocamping
Frame 1130 (76)

ในหนึ่งปีหลังการกลับมาของ Donald Trump ในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐฯ รอบสอง โลกการเงินต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนระดับสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ ขณะที่ตลาดหุ้น ทองคำ และบิตคอยน์ ต่างทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์


📊 Highlight Box

  • 🪙 Bitcoin: พุ่งแตะจุดสูงสุดใหม่ที่ $125,835.92
  • 🟡 ทองคำ: ทำสถิติสูงสุดที่ $4,381 ต่อออนซ์
  • 💵 ดอลลาร์: อ่อนค่าลงสุทธิ 4% หลังดีดแรงช่วงเลือกตั้ง
  • 🚗 หุ้น Tesla: แตะจุดสูงสุด $488.5 ก่อนร่วงในเดือนเมษายน
  • 💣 ขาดดุลสหรัฐฯ: คาดพุ่งแตะ $3.8 ล้านล้านดอลลาร์ ใน 10 ปี

ตลาดโลกระส่ำจาก “Trump Effect”

หลัง Trump เอาชนะ Kamala Harris เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2024 ตลาดทั่วโลกตอบรับด้วยความผันผวนอย่างรุนแรง — ดอลลาร์แข็ง หุ้นพุ่ง บิตคอยน์ทะยาน ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Treasury yields) ปรับตัวขึ้น

รัฐบาล Trump 2.0 ดำเนินนโยบายการค้าแบบ “อเมริกาต้องมาก่อน” พร้อมตั้งกำแพงภาษีใหม่ที่กระทบห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกและทำลายกลไกการทูตระหว่างประเทศที่ยืนยาวหลังสงครามโลกครั้งที่สอง

นักลงทุนทั่วโลกต้องเรียนรู้ที่จะ “เล่นตามเกม” ความผันผวนนี้ โดยกลยุทธ์ใหม่ที่แพร่หลายคือ “TACO trade” หรือ “Trump Always Chickens Out” — หมายถึงการเก็งกำไรจากการที่ Trump มักขู่ก่อน แล้วถอยทีหลัง


เงินดอลลาร์และคริปโต: สะท้อนความกลัวของตลาด

แม้ดอลลาร์จะพุ่งแรงทันทีหลังการเลือกตั้ง แต่สุดท้ายกลับอ่อนค่าลงสุทธิ 4% ภายในปีเดียว เพราะความไม่แน่นอนทางการค้าและนโยบายการคลังที่เพิ่มหนี้สาธารณะ

ในทางกลับกัน บิตคอยน์กลายเป็น “สินทรัพย์โปรด” ของยุค Trump ด้วยนโยบายที่เอื้อคริปโตอย่างเปิดเผย — แม้ถูกวิจารณ์ว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนก็ตาม ราคาบิตคอยน์จึงพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่เหนือ $125,000 ในเดือนตุลาคม

ทองคำก็ได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และภาษี นำพาราคาขึ้นแตะ $4,381 ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน

“เมื่อความตึงเครียดในตลาดการเงินเพิ่มขึ้น ดอลลาร์ยังคงเป็นเหมือน ‘เสื้อที่สกปรกน้อยที่สุด’ ที่นักลงทุนเลือกใส่ก่อนเสมอ”
Piotr Matys, In Touch Capital Markets


ตลาดหุ้นทะยานท่ามกลางพายุ

แม้เผชิญความผันผวนจาก “Liberation Day Tariff” เมื่อ 2 เมษายน ซึ่งทำให้ดัชนี MSCI World Index ร่วงกว่า 10% แต่ตลาดโลกกลับฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยดัชนีทั่วโลกเพิ่มขึ้นกว่า 20% ตั้งแต่วันเลือกตั้ง

ในสหรัฐฯ ดัชนี S&P 500 พุ่งขึ้น 17% จากแรงหนุนกระแส AI Fever
ในยุโรป หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมป้องกันประเทศทะยาน จากแรงกดดันของ Trump ที่ให้ประเทศพันธมิตร NATO เพิ่มงบความมั่นคง ขณะเดียวกันตลาดเอเชียอย่างญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีน ก็ได้รับแรงหนุนจากเทคโนโลยีและค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนลง


Tesla: จากพาร์ทเนอร์คนโปรดสู่ความสัมพันธ์ร้าวฉาน

ความสัมพันธ์ระหว่าง Elon Musk และ Trump เป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนราคาหุ้น Tesla หลังเลือกตั้ง โดย Musk ลงทุนกว่า $250 ล้านดอลลาร์ สนับสนุนการหาเสียงของ Trump และร่วมเวทีปราศรัยหลายครั้ง

หุ้น Tesla พุ่งเกือบ 100% ภายในสองเดือนแรกของปี แต่วงเดือนหลังเริ่มร่วง หลัง Musk เข้ามารับตำแหน่งในหน่วยงานใหม่ “Department of Government Efficiency (DOGE)” ที่เน้นลดงบประมาณภาครัฐ ส่งผลให้ความเชื่อมั่นต่อแบรนด์ Tesla ลดลงและยอดขายตกสองไตรมาสติดต่อกัน

ความสัมพันธ์ทั้งคู่สั่นคลอนจนถึงขั้น “แตกหัก” ในเดือนพฤษภาคม แต่แม้ผ่านพายุ Tesla ยังคงแซงหน้าคู่แข่งดั้งเดิมอย่าง GM, Ford และ Stellantis ได้


ตลาดพันธบัตร: สะท้อนแรงกังวลหนี้สหรัฐฯ

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลพุ่งขึ้นทั่วโลก สะท้อนความกังวลต่อการขาดดุลของรัฐบาลสหรัฐฯ หลัง Trump ผ่านร่างกฎหมายภาษี “One Big Beautiful Bill” ในเดือนกรกฎาคม ที่คาดว่าจะเพิ่มหนี้รัฐบาลกว่า $3.8 ล้านล้านดอลลาร์ ภายใน 10 ปี

แม้ Fed จะเริ่มลดดอกเบี้ยและเงินเฟ้อเริ่มทรงตัว แต่พันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 30 ปี ยังเพิ่มขึ้น 14 bps ที่ 4.66% ขณะที่ JGB ญี่ปุ่น พุ่งแรงถึง 85 bps และพันธบัตร ฝรั่งเศส–เยอรมนี เพิ่มขึ้นกว่า 60 bps


สมดุลการค้า: สงครามภาษียังไม่จบ

Trump ยังคงเดินหน้า “สงครามการค้า” ด้วยความเชื่อว่าอเมริกาถูก “โกง” จากพันธมิตรทางเศรษฐกิจ การขึ้นภาษีทำให้ต้นทุนธุรกิจเพิ่มขึ้นและการวางแผนยากขึ้น แต่ตัวเลขขาดดุลการค้าล่าสุดกลับแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปีที่ $60.2 พันล้านดอลลาร์

ขาดดุลกับจีนลดลงกว่า 70% ภายใน 5 เดือน ต่ำสุดในรอบกว่า 21 ปี
ขณะที่ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับยุโรปเริ่มเปราะบาง

“สงครามการค้าอาจกระทบยุโรปหนักกว่าจีน เพราะจีนมีแผนสำรองที่แข็งแกร่งกว่า”
Ipek Ozkardeskaya, Swissquote


Timeline: หนึ่งปีแห่ง Trump 2.0

วันที่ เหตุการณ์สำคัญ
พ.ย. 2024 Trump ชนะการเลือกตั้งเหนือ Kamala Harris
ม.ค. 2025 ตั้งหน่วยงาน DOGE โดย Elon Musk
เม.ย. 2025 ประกาศ “Liberation Day Tariff” ตลาดหุ้นร่วง 10%
ก.ค. 2025 ผ่านกฎหมายภาษี “One Big Beautiful Bill”
ต.ค. 2025 Bitcoin และทองคำทำสถิติสูงสุดใหม่

Key Takeaways

  • ตลาดโลกยังคง “เรียนรู้” ที่จะอยู่ร่วมกับ Trump 2.0
  • บิตคอยน์–ทองคำกลายเป็นสินทรัพย์หลบภัยหลัก
  • ดอลลาร์ผันผวน แต่ยังเป็นที่พึ่งสุดท้ายของนักลงทุน
  • Tesla ผ่านจุดพีค–ร่วง–ฟื้นในเวลาไม่ถึงครึ่งปี
  • ความไม่แน่นอนของนโยบายการคลังคือความเสี่ยงใหญ่สุดในปีหน้า

 

Related posts