Trump 2.0 กลับมา! ตลาดโลกเดือด หุ้น–คริปโต–ทองทะยานพรวด

ในหนึ่งปีหลังการกลับมาของ Donald Trump ในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐฯ รอบสอง โลกการเงินต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนระดับสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ ขณะที่ตลาดหุ้น ทองคำ และบิตคอยน์ ต่างทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์
📊 Highlight Box
- 🪙 Bitcoin: พุ่งแตะจุดสูงสุดใหม่ที่ $125,835.92
- 🟡 ทองคำ: ทำสถิติสูงสุดที่ $4,381 ต่อออนซ์
- 💵 ดอลลาร์: อ่อนค่าลงสุทธิ 4% หลังดีดแรงช่วงเลือกตั้ง
- 🚗 หุ้น Tesla: แตะจุดสูงสุด $488.5 ก่อนร่วงในเดือนเมษายน
- 💣 ขาดดุลสหรัฐฯ: คาดพุ่งแตะ $3.8 ล้านล้านดอลลาร์ ใน 10 ปี
ตลาดโลกระส่ำจาก “Trump Effect”
หลัง Trump เอาชนะ Kamala Harris เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2024 ตลาดทั่วโลกตอบรับด้วยความผันผวนอย่างรุนแรง — ดอลลาร์แข็ง หุ้นพุ่ง บิตคอยน์ทะยาน ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Treasury yields) ปรับตัวขึ้น
รัฐบาล Trump 2.0 ดำเนินนโยบายการค้าแบบ “อเมริกาต้องมาก่อน” พร้อมตั้งกำแพงภาษีใหม่ที่กระทบห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกและทำลายกลไกการทูตระหว่างประเทศที่ยืนยาวหลังสงครามโลกครั้งที่สอง
นักลงทุนทั่วโลกต้องเรียนรู้ที่จะ “เล่นตามเกม” ความผันผวนนี้ โดยกลยุทธ์ใหม่ที่แพร่หลายคือ “TACO trade” หรือ “Trump Always Chickens Out” — หมายถึงการเก็งกำไรจากการที่ Trump มักขู่ก่อน แล้วถอยทีหลัง
เงินดอลลาร์และคริปโต: สะท้อนความกลัวของตลาด
แม้ดอลลาร์จะพุ่งแรงทันทีหลังการเลือกตั้ง แต่สุดท้ายกลับอ่อนค่าลงสุทธิ 4% ภายในปีเดียว เพราะความไม่แน่นอนทางการค้าและนโยบายการคลังที่เพิ่มหนี้สาธารณะ
ในทางกลับกัน บิตคอยน์กลายเป็น “สินทรัพย์โปรด” ของยุค Trump ด้วยนโยบายที่เอื้อคริปโตอย่างเปิดเผย — แม้ถูกวิจารณ์ว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนก็ตาม ราคาบิตคอยน์จึงพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่เหนือ $125,000 ในเดือนตุลาคม
ทองคำก็ได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และภาษี นำพาราคาขึ้นแตะ $4,381 ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน
“เมื่อความตึงเครียดในตลาดการเงินเพิ่มขึ้น ดอลลาร์ยังคงเป็นเหมือน ‘เสื้อที่สกปรกน้อยที่สุด’ ที่นักลงทุนเลือกใส่ก่อนเสมอ”
— Piotr Matys, In Touch Capital Markets
ตลาดหุ้นทะยานท่ามกลางพายุ
แม้เผชิญความผันผวนจาก “Liberation Day Tariff” เมื่อ 2 เมษายน ซึ่งทำให้ดัชนี MSCI World Index ร่วงกว่า 10% แต่ตลาดโลกกลับฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยดัชนีทั่วโลกเพิ่มขึ้นกว่า 20% ตั้งแต่วันเลือกตั้ง
ในสหรัฐฯ ดัชนี S&P 500 พุ่งขึ้น 17% จากแรงหนุนกระแส AI Fever
ในยุโรป หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมป้องกันประเทศทะยาน จากแรงกดดันของ Trump ที่ให้ประเทศพันธมิตร NATO เพิ่มงบความมั่นคง ขณะเดียวกันตลาดเอเชียอย่างญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีน ก็ได้รับแรงหนุนจากเทคโนโลยีและค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนลง
Tesla: จากพาร์ทเนอร์คนโปรดสู่ความสัมพันธ์ร้าวฉาน
ความสัมพันธ์ระหว่าง Elon Musk และ Trump เป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนราคาหุ้น Tesla หลังเลือกตั้ง โดย Musk ลงทุนกว่า $250 ล้านดอลลาร์ สนับสนุนการหาเสียงของ Trump และร่วมเวทีปราศรัยหลายครั้ง
หุ้น Tesla พุ่งเกือบ 100% ภายในสองเดือนแรกของปี แต่วงเดือนหลังเริ่มร่วง หลัง Musk เข้ามารับตำแหน่งในหน่วยงานใหม่ “Department of Government Efficiency (DOGE)” ที่เน้นลดงบประมาณภาครัฐ ส่งผลให้ความเชื่อมั่นต่อแบรนด์ Tesla ลดลงและยอดขายตกสองไตรมาสติดต่อกัน
ความสัมพันธ์ทั้งคู่สั่นคลอนจนถึงขั้น “แตกหัก” ในเดือนพฤษภาคม แต่แม้ผ่านพายุ Tesla ยังคงแซงหน้าคู่แข่งดั้งเดิมอย่าง GM, Ford และ Stellantis ได้
ตลาดพันธบัตร: สะท้อนแรงกังวลหนี้สหรัฐฯ
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลพุ่งขึ้นทั่วโลก สะท้อนความกังวลต่อการขาดดุลของรัฐบาลสหรัฐฯ หลัง Trump ผ่านร่างกฎหมายภาษี “One Big Beautiful Bill” ในเดือนกรกฎาคม ที่คาดว่าจะเพิ่มหนี้รัฐบาลกว่า $3.8 ล้านล้านดอลลาร์ ภายใน 10 ปี
แม้ Fed จะเริ่มลดดอกเบี้ยและเงินเฟ้อเริ่มทรงตัว แต่พันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 30 ปี ยังเพิ่มขึ้น 14 bps ที่ 4.66% ขณะที่ JGB ญี่ปุ่น พุ่งแรงถึง 85 bps และพันธบัตร ฝรั่งเศส–เยอรมนี เพิ่มขึ้นกว่า 60 bps
สมดุลการค้า: สงครามภาษียังไม่จบ
Trump ยังคงเดินหน้า “สงครามการค้า” ด้วยความเชื่อว่าอเมริกาถูก “โกง” จากพันธมิตรทางเศรษฐกิจ การขึ้นภาษีทำให้ต้นทุนธุรกิจเพิ่มขึ้นและการวางแผนยากขึ้น แต่ตัวเลขขาดดุลการค้าล่าสุดกลับแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปีที่ $60.2 พันล้านดอลลาร์
ขาดดุลกับจีนลดลงกว่า 70% ภายใน 5 เดือน ต่ำสุดในรอบกว่า 21 ปี
ขณะที่ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับยุโรปเริ่มเปราะบาง
“สงครามการค้าอาจกระทบยุโรปหนักกว่าจีน เพราะจีนมีแผนสำรองที่แข็งแกร่งกว่า”
— Ipek Ozkardeskaya, Swissquote
Timeline: หนึ่งปีแห่ง Trump 2.0
| วันที่ | เหตุการณ์สำคัญ |
|---|---|
| พ.ย. 2024 | Trump ชนะการเลือกตั้งเหนือ Kamala Harris |
| ม.ค. 2025 | ตั้งหน่วยงาน DOGE โดย Elon Musk |
| เม.ย. 2025 | ประกาศ “Liberation Day Tariff” ตลาดหุ้นร่วง 10% |
| ก.ค. 2025 | ผ่านกฎหมายภาษี “One Big Beautiful Bill” |
| ต.ค. 2025 | Bitcoin และทองคำทำสถิติสูงสุดใหม่ |
Key Takeaways
- ตลาดโลกยังคง “เรียนรู้” ที่จะอยู่ร่วมกับ Trump 2.0
- บิตคอยน์–ทองคำกลายเป็นสินทรัพย์หลบภัยหลัก
- ดอลลาร์ผันผวน แต่ยังเป็นที่พึ่งสุดท้ายของนักลงทุน
- Tesla ผ่านจุดพีค–ร่วง–ฟื้นในเวลาไม่ถึงครึ่งปี
- ความไม่แน่นอนของนโยบายการคลังคือความเสี่ยงใหญ่สุดในปีหน้า









