HashKey Group สยายปีกสู่ตะวันออกกลาง หลังคว้าใบอนุญาต VARA ที่ดูไบ

การบุกตลาด MENA: ก้าวสำคัญของ HashKey Group เมื่อพูดถึงโอกาสในวงการคริปโต สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ถือเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญที่บริษัทชั้นนำทั่วโลกจับตา ล่าสุด HashKey Group ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่าได้รับ Virtual Asset Service Provider (VASP) License จาก Dubai Virtual Assets Regulatory Authority (VARA) เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งเป็นใบเบิกทางสำคัญสู่การเปิดตัว HashKey Global MENA ในดูไบและสหรัฐอาหรับเอมิเรต
VASP License และบริการทางการเงินที่ครอบคลุม ด้วยใบอนุญาตจาก VARA นี้ HashKey Group สามารถให้บริการ Virtual Asset Exchange Services และ Broker-Dealer Services กับผู้ใช้ในดูไบ รวมถึงลูกค้าต่างชาติที่มีที่มาจากดูไบอีกด้วย นอกจากนั้น ยังมีช่องทาง fiat-to-crypto on/off-ramps ที่รองรับทั้ง USD และ AED โดยจับมือกับ Standard Chartered ผ่านโครงสร้างธนาคารที่ทันสมัย เพื่อให้การฝากและถอนเงินมีความรวดเร็วและปลอดภัย
HashKey Global MENA ยังมีบริการ Over-the-Counter (OTC) สำหรับการซื้อขายคริปโต เช่น Bitcoin (BTC), Ethereum (ETH), Tether (USDT) และ USD Coin (USDC) เน้นประสบการณ์ซื้อขายแบบ instant execution ไม่มี slippage และมีทางเลือกในการชำระเงินที่ยืดหยุ่น รองรับนักลงทุนที่ต้องการทำรายการขนาดใหญ่ภายใต้กรอบกำกับดูแลของ VARA
UAE: มหาสมุทรแห่งโอกาสสำหรับวงการคริปโต ปัจจุบัน UAE เป็น อันดับสาม ของศูนย์กลางคริปโตขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาค MENA โดย HashKey Group ตั้งเป้าจะตอบสนองความต้องการที่พุ่งสูงขึ้นในบริการสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถูกกำกับดูแลอย่างเข้มงวด ทั้งนี้ HashKey Group วางแผนเปิดตัว HashKey Global MENA Exchange อย่างเป็นทางการใน วันที่ 19 พฤษภาคม ที่จะถึงนี้ สอดคล้องกับการขยายบริการในภาคการเงินและ blockchain ของรัฐบาล UAE ที่ต้องการเป็นศูนย์กลางคริปโตแห่งใหม่ของโลก ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ยังเกิดขึ้นพร้อมกับกระแสข่าวการลงทุน 2 พันล้านดอลลาร์ โดยบริษัทด้านการลงทุนจากอาบูดาบีใน Binance ซึ่งใช้ USD1 เป็น stablecoin เดินหน้าเสริมแกร่งให้กับอุตสาหกรรมคริปโตในภูมิภาค แม้ว่าในขณะเดียวกัน สหภาพยุโรป (EU) จะมีข้อกำหนดด้าน Markets in Crypto-Assets (MiCA) ซึ่งเพิ่มความเข้มงวดในวงการ stablecoin โดยโฟกัสไปที่การถือสำรองในธนาคารพาณิชย์ความเสี่ยงต่ำภายใน EU อนาคตของ HashKey Group ในระดับโกลบอล HashKey Group ไม่ได้หยุดแค่ตลาดในเอเชียหรือ MENA เท่านั้น เพราะทางบริษัทได้ขยายเครือข่ายสู่ ฮ่องกง, สิงคโปร์, ญี่ปุ่น, เบอร์มิวดา และมีลงทะเบียนเป็น VASP ที่ไอร์แลนด์แล้วด้วย อีกทั้งยังมีแผนดำเนินการขอใบอนุญาต MiCA ใน EU ต่อไป เพื่อเป็นตัวเลือกหลักให้กับนักลงทุนทั่วโลกที่สนใจ DeFi, NFT, staking, และโอกาสอื่น ๆ ในวงการคริปโต
สรุปและสิ่งที่น่าจับตา การที่ HashKey Group ได้รับใบอนุญาตจาก VARA สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาด MENA ซึ่งกำลังโตแบบก้าวกระโดด หากคุณกำลังมองหาหนทางลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลหรือกำลังสอดส่องเทรนด์ blockchain ล่าสุดในตะวันออกกลาง การขยายธุรกิจของ HashKey Group ถือเป็นอีกหนึ่งตัวชี้วัดว่า UAE กำลังเดินหน้าสู่การเป็นศูนย์กลางคริปโตแห่งใหม่ที่น่าจับตา
Call to Action: อย่าพลาดโอกาสจับจังหวะเทรนด์คริปโตในตะวันออกกลาง ติดตามความเคลื่อนไหวของ HashKey Global MENA และผู้เล่นรายใหญ่ในวงการ เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสการลงทุนและนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่เตรียมเปิดตัวอย่างต่อเนื่อง









