เปิดโผ 5 Airdrop มูลค่ามหาศาลปี 2025 ปรากฏการณ์ “แจกสะท้านโลก” ที่นักลงทุนห้ามกระพริบตา

เปิดโผ 5 Airdrop มูลค่ามหาศาลปี 2025 ปรากฏการณ์ “แจกสะท้านโลก” ที่นักลงทุนห้ามกระพริบตา

ข่าวสาร
December 25, 2025 by cryptocamping
Frame 1130 - 2025-12-25T091702.394

เงินฟรีไม่มีในโลก แต่ปี 2025 พิสูจน์แล้วว่า ‘ความจงรักพรรดี’ มีมูลค่าสูงมหาศาล เมื่อโปรเจกต์ระดับยูนิคอร์นอย่าง Berachain, Monad และโพรโตคอลชั้นนำอื่น ๆ ตัดสินใจอัดฉีดสภาพคล่องคืนสู่ชุมชนผ่านการ Airdrop ที่มีมูลค่ารวมกันนับพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สร้างแรงกระเพื่อมให้ TVL ในระบบพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ และเปลี่ยนโฉมหน้ากลยุทธ์การตลาดของโลก Web3 ไปอย่างสิ้นเชิง


การกลับมาของวัฏจักรตลาดกระทิงในปี 2025 ไม่ได้นำมาเพียงแค่ราคาเหรียญที่พุ่งสูงขึ้น แต่ยังมาพร้อมกับการกระจายอำนาจผ่านเหรียญ Governance Token ครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะโปรเจกต์สาย Layer 1 และ Layer 2 ที่ซุ่มพัฒนามาอย่างยาวนานอย่าง Berachain ที่ใช้กลยุทธ์ Proof of Liquidity ในการดึงดูดเม็ดเงิน หรือ Monad ที่ชูจุดเด่นด้านความเร็วระดับ Parallel EVM ซึ่งการแจกจ่ายเหรียญเหล่านี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มแรก (Early Adopters) เท่านั้น แต่ยังรวมถึงนักลงทุนที่ร่วมสร้างสภาพคล่องให้กับระบบนิเวศ ส่งผลให้เกิดการเคลื่อนย้ายเงินทุนมหาศาลจากเครือข่ายเดิมไปสู่เชนใหม่ภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ สร้างความคึกคักให้กับตลาด DeFi อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

นักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินชั้นนำมองว่า ปรากฏการณ์ Airdrop ในปีนี้มีความซับซ้อนกว่าในอดีตมาก โดยเปลี่ยนจากการ “หว่านแจก” ไปสู่การคัดกรองผู้ใช้งานที่มีคุณภาพเพื่อป้องกันกลุ่ม Sybil Attack หรือนักล่าเหรียญที่ไร้คุณภาพ ดังคำกล่าวของหัวหน้าฝ่ายวิจัยกลยุทธ์สินทรัพย์ดิจิทัลที่ระบุว่า “Airdrop ในปี 2025 ไม่ได้เป็นแค่การแจกเงินฟรี แต่คือการทำเหมืองข้อมูลและพฤติกรรมผู้ใช้งาน (Retention Tool) ที่มีประสิทธิภาพที่สุด” ซึ่งเกณฑ์การตัดสินผู้มีสิทธิ์ได้รับเหรียญมีความเข้มงวดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งการพิจารณาจาก On-chain Identity และความต่อเนื่องในการใช้งานจริง สะท้อนให้เห็นว่าโปรเจกต์ต้องการสร้างชุมชนที่แข็งแกร่งในระยะยาวมากกว่าการสร้างกระแสเพียงชั่วคราว

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบเชิงระบบจากการอัดฉีดสภาพคล่องครั้งมหาศาลนี้ได้สร้างทั้งโอกาสและความเสี่ยงในระดับโครงสร้าง ในด้านหนึ่งมันช่วยกระตุ้นการนวัตกรรมและการแข่งขันระหว่างเชน (Interoperability) ให้รวดเร็วขึ้น แต่ในอีกด้านหนึ่งกลับสร้างแรงกดดันมหาศาลต่อราคาเหรียญเมื่อเกิดการเทขาย (Sell Pressure) ทันทีที่เข้าสู่ตลาดรอง นอกจากนี้ยังส่งผลให้เกิดสภาวะ Liquidity Fragmentation หรือการกระจายตัวของสภาพคล่องที่มากเกินไป จนกลายเป็นโจทย์สำคัญที่ผู้ดูแลระบบนิเวศคริปโตต้องเร่งแก้ไข เพื่อไม่ให้มูลค่าที่ถูกสร้างขึ้นนั้นจางหายไปพร้อมกับการสิ้นสุดของเทศกาลแจกเหรียญ

Related posts