จบยุค Ethereum แบกหลังหัก? เจาะลึกเส้นทางเงินไหลเวียนใหม่ที่ทำให้นักลงทุนสาย Altcoin ต้องกุมขมับ

นิยามของ “Altseason” ที่เราเคยรู้จักกำลังถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง เมื่อกระแสเงินทุนมหาศาลไม่ได้ไหลจาก Bitcoin มาสู่ Ethereum แล้วกระจายไปยังเหรียญเล็กๆ (Altcoins) เป็นทอดๆ ตามตำราเดิมอีกต่อไป ข้อมูลล่าสุดชี้ให้เห็นว่าสภาพคล่องส่วนใหญ่ของ Ethereum มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ (หรือหลักแสนล้านบาท) ถูกกักเก็บไว้ในระบบนิเวศ Layer 2 (L2) และโปรโตคอลการทำ Staking ทำให้แรงส่งที่จะผลักดันเหรียญเล็กในกระดานเทรดหลักลดน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ เปลี่ยนโฉมหน้าการเก็งกำไรคริปโตให้กลายเป็นการต่อสู้ในเชิงโครงสร้างเครือข่ายแทน
1. เมื่อตำรา “การไหลของเงิน” ใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป ในอดีต นักลงทุนมักมองว่าเมื่อราคา Bitcoin (BTC) นิ่ง เงินจะไหลเข้า Ethereum (ETH) และสุดท้ายจะทะลักเข้าสู่เหรียญขนาดกลางและเล็ก แต่ปัจจุบันพบว่า “คอขวด” เกิดขึ้นที่ Ethereum เอง แม้มูลค่าตลาดของ ETH จะสูงถึงหลายล้านล้านบาท แต่เงินเหล่านั้นกลับถูก “ล็อค” ไว้ในระบบเพื่อสร้างผลตอบแทน (Yield) มากกว่าที่จะถูกนำออกมาไล่ซื้อเหรียญ Altcoins อื่นๆ ในตลาดรอง
2. กรงทองที่ชื่อว่า Layer 2 และ Restaking สาเหตุหลักที่ทำให้ Altseason รอบนี้ดู “เงียบเหงา” สำหรับเหรียญรุ่นเก่า เป็นเพราะเม็ดเงินไหลไปกระจุกตัวอยู่ในโครงสร้างใหม่อย่าง Layer 2 (เช่น Arbitrum, Optimism, Base) และเทรนด์การทำ Restaking ผ่านโปรโตคอลต่างๆ เปรียบเหมือนเรามีเงินในธนาคาร แต่แทนที่จะนำเงินออกมาซื้อของในตลาดสด (เหรียญ Altcoins) เรากลับเอาเงินไปฝากกินดอกเบี้ยในกองทุนพิเศษที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าแทน ทำให้สภาพคล่องที่จะมาปั่นราคาเหรียญเล็กนั้นหายไป
3. ผลกระทบต่อนักลงทุนรายย่อย เมื่อเงินทุน “ขี้เกียจ” และเลือกที่จะพำนักอยู่ในที่ปลอดภัยแต่มีผลตอบแทน (Low Risk, Stable Yield) ส่งผลให้เหรียญ Altcoins ที่ไม่มีพื้นฐานรองรับหรือไม่อยู่ในกระแส L2 ถูกทอดทิ้ง นักลงทุนจะเห็นปรากฏการณ์ที่ราคา ETH ทรงตัวหรือขยับขึ้น แต่เหรียญเล็กกลับไม่ขยับตาม หรือที่เรียกว่า “Broken Correlation”
4. สรุปภาพรวมตลาด เรากำลังเข้าสู่ยุค “Institutionalized Altseason” หรือฤดูกาลเหรียญทางเลือกที่มีสถาบันค้ำจุน เงินจะเลือกไหลเข้าเฉพาะโปรโตคอลที่มีการใช้งานจริงและสร้างรายได้ได้เท่านั้น การคาดหวังว่าเหรียญสุ่มจะพุ่ง 10-20 เท่าเพียงเพราะ ETH ราคาขึ้น อาจเป็นกลยุทธ์ที่ใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไปในโลกคริปโตปี 2024-2025









