งานหาย 9.2 หมื่นตำแหน่ง! บีบ Bitcoin ร่วงแรง แต่ลุ้น Fed พลิกเกมลดดอกเบี้ยกู้ชีพเศรษฐกิจ

ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีเผชิญแรงเทขายระลอกใหญ่ ส่งผลให้ราคา Bitcoin (BTC) ร่วงลงหลุดระดับสำคัญที่ 2,223,000 บาท ($70,000) ทันทีหลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (NFP) ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ที่ “ช็อกตลาด” ด้วยการลดลงถึง 92,000 ตำแหน่ง สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 50,000-60,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราการว่างงานพุ่งขึ้นสู่ระดับ 4.4% ตัวเลขที่ย่ำแย่นี้ทำให้นักลงทุนแห่เทขายสินทรัพย์เสี่ยงเพื่อลดความเสี่ยง แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นการเติมเชื้อไฟให้ตลาดกลับมาเดิมพันว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจต้องตัดสินใจ “ลดดอกเบี้ย” เร็วกว่าที่คิดเพื่อพยุงเศรษฐกิจ
1. ตัวเลขจ้างงานที่ “เลวร้าย” กว่าที่คิด รายงานล่าสุดระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ สูญเสียตำแหน่งงานไปกว่า 92,000 ตำแหน่ง ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าตกใจที่สุดในรอบ 4 เดือนที่ผ่านมา หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพ เหมือนกับบริษัทขนาดใหญ่ในเมืองหนึ่งพร้อมใจกันหยุดจ้างงานและเลิกจ้างในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ ตัวเลขการจ้างงานในเดือนก่อนหน้า (ธันวาคม 2025 และมกราคม 2026) ยังถูกปรับลดลงรวมกันอีกเกือบ 70,000 ตำแหน่ง สะท้อนให้เห็นว่าตลาดแรงงานที่เคยดูแข็งแกร่ง แท้จริงแล้วกำลังเปราะบางอย่างหนัก
2. ผลกระทบต่อ Bitcoin และความรู้สึกของนักลงทุน ทันทีที่ข่าวประกาศ ราคา Bitcoin มีอาการ “เหวี่ยงแรง” (Whipsaw) โดยในช่วงแรกดีดตัวขึ้นรับความหวังเรื่องการลดดอกเบี้ย ก่อนจะถูกแรงเทขายกดดันจนร่วงลงมาเคลื่อนไหวอยู่ที่ประมาณ 2,192,000 บาท ($69,000) ข้อมูลระบุว่ามีการล้างพอร์ตสถานะ Long (ฝั่งซื้อ) จำนวนมาก เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าความอ่อนแอของเศรษฐกิจอาจนำไปสู่สภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession) มากกว่าจะเป็นแค่การชะลอตัวทั่วไป
3. จับตา Fed: ดอกเบี้ยจะไปทางไหน? แม้ตัวเลขจ้างงานจะย่ำแย่ แต่อัตราค่าจ้างยังคงเติบโตอยู่ที่ 3.7% ซึ่งเปรียบเสมือน “ดาบสองคม” เพราะหากค่าจ้างยังสูง เงินเฟ้อก็อาจจะไม่ยอมลงง่าย ๆ ทำให้ Fed ตกอยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก อย่างไรก็ตาม เครื่องมือ CME FedWatch ชี้ว่าความน่าเชื่อถือที่ Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยในเดือนมีนาคมนี้ยังสูงถึง 94% เนื่องจากความกังวลเรื่องสงครามในอิหร่านที่อาจดันราคาน้ำมันและเงินเฟ้อให้สูงขึ้น
4. สรุปภาพรวมตลาด ในระยะสั้น Bitcoin ยังคงพยายามรักษาระดับฐานที่ประมาณ 2,160,000 – 2,190,000 บาท หากสามารถยืนระยะได้ ความคาดหวังเรื่องการผ่อนคลายนโยบายการเงินในอนาคตอาจเป็นแรงส่งให้ราคาดีดกลับไปทดสอบแนวต้านที่ 2,300,000 บาท ได้อีกครั้ง แต่หากหลุดจากจุดนี้ อาจเห็นการปรับฐานลงไปลึกถึงระดับ 2,060,000 บาท ($65,000)









