เจาะลึกกลโกงข้ามปี! โจรกรรมคริปโตครั้งใหญ่ 282 ล้านบาท ย้ำเตือนความเสี่ยงที่ Wallet ก็ป้องกันไม่ได้

เจาะลึกกลโกงข้ามปี! โจรกรรมคริปโตครั้งใหญ่ 282 ล้านบาท ย้ำเตือนความเสี่ยงที่ Wallet ก็ป้องกันไม่ได้

ข่าวสาร
January 18, 2026 by cryptocamping
Frame 1130 - 2026-01-18T120023.434

ตัวเลข 282 ล้านบาท คือมูลค่าความเสียหายล่าสุดที่เกิดขึ้นกับนักลงทุนรายหนึ่ง ซึ่งถูกหลอกให้โอนเหรียญ Bitcoin (BTC) และ Litecoin (LTC) ออกจากกระเป๋าเงินดิจิทัลส่วนตัวผ่านกลวิธี Social Engineering หรือการหลอกล่อทางจิตวิทยาที่ซับซ้อน เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าต่อให้เทคโนโลยี Blockchain จะมีความปลอดภัยสูงเพียงใด แต่จุดอ่อนที่เปราะบางที่สุดยังคงเป็น “มนุษย์” เสมอ


เหตุการณ์โจรกรรมครั้งใหญ่ครั้งนี้ถูกเปิดเผยโดยผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยในเครือข่ายบล็อกเชน โดยพบว่าเหยื่อรายดังกล่าวถูกกลุ่มอาชญากรไซเบอร์ใช้กลวิธีล่อลวงให้ทำธุรกรรมโดยไม่รู้ตัว จนสูญเสียสินทรัพย์ดิจิทัลรวมมูลค่ากว่า 8.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 282,100,000 บาท ซึ่งประกอบไปด้วย Bitcoin และ Litecoin จำนวนมหาศาล ธุรกรรมที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นว่าผู้ร้ายไม่ได้ใช้วิธีการแฮ็กระบบหลังบ้านที่ซับซ้อน แต่ใช้วิธีสร้างความเชื่อใจหรือการข่มขู่เพื่อให้เหยื่ออนุมัติการโอนเงินด้วยตนเอง ซึ่งเหตุการณ์ในลักษณะนี้มักจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่นักลงทุนขาดความระมัดระวังหรือถูกกดดันจากสถานการณ์ที่ผู้ร้ายสร้างขึ้น

ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยระบุว่า Social Engineering กลายเป็นอาวุธร้ายแรงที่นักต้มตุ๋นนิยมใช้มากกว่าการแฮ็ก Smart Contract เนื่องจากการโจมตีที่ตัวบุคคลมีโอกาสสำเร็จสูงกว่าในโลกที่ระบบการเข้ารหัสมีความหนาแน่น “ความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวจากการคลิกลิงก์หรือการมอบสิทธิ์เข้าถึง Private Key สามารถทำให้ทรัพย์สินที่สะสมมาทั้งชีวิตหายไปในพริบตา” เป็นคำเตือนที่มักถูกเน้นย้ำในอุตสาหกรรม โดยนักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่าการโจรกรรมครั้งนี้มีการวางแผนมาอย่างยาวนาน มีการติดตามพฤติกรรมของเหยื่อและเลือกใช้จังหวะเวลาที่เหมาะสมที่สุดเพื่อปิดดีลการโจรกรรมให้ได้ผลลัพธ์สูงสุด

ผลกระทบเชิงระบบจากเหตุการณ์นี้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วระบบนิเวศคริปโต โดยเฉพาะการตั้งคำถามถึงมาตรฐานความปลอดภัยของ Self-Custody หรือการเก็บรักษาเหรียญด้วยตนเอง ซึ่งแม้จะให้ความเป็นส่วนตัวสูงแต่ก็มาพร้อมกับความรับผิดชอบอันมหาศาล หากเม็ดเงินจำนวนมหาศาลกว่า 282 ล้านบาทนี้ถูกฟอกผ่านแพลตฟอร์ม Mixer หรือเปลี่ยนเป็นเหรียญ Privacy Coin โอกาสในการติดตามคืนแทบจะเป็นศูนย์ สิ่งนี้ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันและรายย่อยลดลง และอาจนำไปสู่การเรียกร้องให้มีกฎระเบียบที่เข้มงวดมากขึ้นในการควบคุมกระเป๋าเงินดิจิทัลเพื่อป้องกันไม่ให้อาชญากรใช้เป็นช่องทางในการถ่ายโอนทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด