Metaplanet ยอมรับขาดทุน 133 ล้านบาท! เซ่นพิษความผันผวน Bitcoin แม้พอร์ตสะสมจะพุ่งทำสถิติใหม่

Metaplanet บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว หรือที่รู้จักกันในนาม “MicroStrategy แห่งเอเชีย” รายงานผลประกอบการปีงบประมาณล่าสุด พบตัวเลขขาดทุนสุทธิกว่า 133.5 ล้านบาท (619 ล้านเยน) ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการตีมูลค่าสินทรัพย์ดิจิทัลที่ผันผวน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่น่าตกใจนี้กลับสวนทางกับความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้า โดยปัจจุบันบริษัทถือครอง Bitcoin รวมแล้วกว่า 3,510.2 BTC คิดเป็นมูลค่ารวมมหาศาลกว่า 12,500 ล้านบาท (คำนวณจากราคาตลาดปัจจุบัน) ตอกย้ำกลยุทธ์ “ถือยาว” แม้ต้องเผชิญกับพายุกฎระเบียบทางบัญชี
1. ขาดทุนเพราะ “ตัวเลขทางบัญชี” ไม่ใช่ “ขายขาดทุน” สาเหตุหลักที่ Metaplanet รายงานตัวเลขขาดทุนสุทธิถึง 133.5 ล้านบาท ไม่ได้เกิดจากการดำเนินธุรกิจที่ล้มเหลว แต่เป็นเพราะมาตรฐานทางบัญชีที่บังคับให้บริษัทต้องประเมินมูลค่า Bitcoin ตามราคาตลาด ณ วันสิ้นสุดไตรมาส เปรียบเสมือนการที่เรามีทองคำอยู่ในมือ แม้ราคาจะตกชั่วคราวแต่ถ้าเรายังไม่ขาย เราก็ยังไม่เสียเงินจริงๆ เพียงแต่ต้องบันทึกเป็น “ขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้น” ในสมุดบัญชีเท่านั้น
2. กลยุทธ์ “สะสมแบบไม่สนโลก” ในขณะที่ตัวเลขกำไรติดลบ แต่ปริมาณการถือครอง Bitcoin ของ Metaplanet กลับโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากข้อมูลล่าสุดบริษัทมีเหรียญในมือเพิ่มขึ้นเป็น 3,510.2 BTC ซึ่งหากตีเป็นเงินบาทไทย ณ ราคาปัจจุบัน (ประมาณ 3.5 ล้านบาทต่อ BTC) พอร์ตนี้จะมีมูลค่าสูงถึง 12,285 ล้านบาท เลยทีเดียว
3. ทำไม Metaplanet ถึงยอมเสี่ยง? บริษัทระบุว่า Bitcoin คือสินทรัพย์สำรองเชิงกลยุทธ์เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากเงินเยนที่อ่อนค่าลง โดยพวกเขาใช้วิธีระดมทุนผ่านการออกพันธบัตรและการขายหุ้นเพิ่มทุน เพื่อนำเงินมาซื้อ Bitcoin เพิ่มอย่างต่อเนื่อง คล้ายกับโมเดลของบริษัท MicroStrategy ในสหรัฐฯ ที่เชื่อว่าในระยะยาว Bitcoin จะมีค่ามากกว่าเงินกระดาษ
4. มุมมองต่อนักลงทุน แม้ตัวเลขขาดทุนอาจทำให้ดูน่ากังวลสำหรับนักลงทุนสายอนุรักษ์นิยม แต่สำหรับนักลงทุนสายคริปโต นี่คือสัญญาณของ “ความเชื่อมั่นระดับสูงสุด” การที่บริษัทจดทะเบียนยอมรับความผันผวนในงบการเงินเพื่อแลกกับการสะสมสินทรัพย์ดิจิทัล แสดงให้เห็นว่ากระแสการรับรอง Bitcoin ในระดับสถาบันกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในฝั่งเอเชีย









