Paradigm ประกาศลุย Frontier Tech เต็มตัว ปักธงหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์

Paradigm บริษัทร่วมทุน (Venture Capital) ยักษ์ใหญ่ที่เคยทรงอิทธิพลที่สุดในโลกคริปโต กำลังสร้างความสั่นสะเทือนครั้งใหม่ด้วยการประกาศขยายขอบเขตการลงทุนมากกว่าแค่บล็อกเชน โดยเตรียมอัดฉีดเม็ดเงินมหาศาลเข้าสู่กลุ่ม “Frontier Tech” อย่าง AI (ปัญญาประดิษฐ์) และหุ่นยนต์ (Robotics) การขยับตัวครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่สะท้อนว่ายักษ์ใหญ่ผู้บริหารกองทุนระดับพันล้านดอลลาร์ หรือมากกว่า 35,000 ล้านบาท กำลังมองหาโอกาสการเติบโตในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่กว้างขึ้นเพื่อครองความเป็นผู้นำในนวัตกรรมเปลี่ยนโลก
1. จากราชาคริปโต สู่ผู้เล่นหน้าใหม่ในโลก AI Paradigm ซึ่งนำโดย Matt Huang อดีตพาร์ทเนอร์จาก Sequoia Capital ได้ปรับจุดยืนของบริษัทใหม่ โดยระบุชัดเจนว่าพวกเขาจะไม่จำกัดตัวเองอยู่แค่เพียงคริปโตเคอร์เรนซีอีกต่อไป แต่จะหันมาให้ความสนใจกับเทคโนโลยีขั้นสูงที่เรียกว่า “Frontier Tech” ซึ่งรวมถึง AI ที่กำลังเป็นกระแสหลักของโลก และเทคโนโลยีหุ่นยนต์ที่กำลังเข้ามาปฏิวัติอุตสาหกรรมการผลิต
2. ทำไมต้องเปลี่ยนตอนนี้? นักวิเคราะห์มองว่าการขยับตัวของ Paradigm เป็นกลยุทธ์ “การกระจายความเสี่ยง” ในช่วงที่ตลาดคริปโตมีความผันผวนสูงและเผชิญกับแรงกดดันด้านกฎระเบียบ การหันไปหา AI ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าตลาดมหาศาล (ระดับแสนล้านบาท) จะช่วยให้ Paradigm สามารถรักษาอัตราการเติบโตและดึงดูดนักลงทุนสถาบันได้ต่อเนื่อง
3. การผสานกันของสองโลก (AI + Crypto) แม้จะขยายขอบเขตไปสู่ AI แต่ Paradigm ไม่ได้ทิ้งคริปโตไปเสียทีเดียว พวกเขามองเห็นจุดเชื่อมโยงที่น่าสนใจ เช่น การใช้ระบบบล็อกเชนมาช่วยตรวจสอบความโปร่งใสของข้อมูลที่ใช้ฝึกฝน AI หรือการใช้คริปโตเป็นระบบชำระเงินระหว่าง “หุ่นยนต์กับหุ่นยนต์” ในอนาคต ซึ่งเปรียบเสมือนการสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่แข็งแกร่งกว่าเดิม
4. ผลกระทบต่ออุตสาหกรรม การเข้ามาของ Paradigm ในตลาด AI และหุ่นยนต์ จะทำให้การแข่งขันในฝั่ง VC ดุเดือดขึ้น เพราะบริษัทมี “แต้มต่อ” ในเรื่องของเครือข่ายนักพัฒนา (Developer Network) และความเข้าใจในเทคโนโลยีที่ซับซ้อน ซึ่งจะช่วยเร่งให้สตาร์ทอัพด้านหุ่นยนต์และ AI มีเงินทุนหมุนเวียนและพัฒนาผลิตภัณฑ์ออกมาสู่ตลาดได้เร็วขึ้น









