ศึกเลือกตั้งเกาหลีใต้เดือด! Stablecoins กลายเป็นประเด็นร้อนกลางเวทีการเมือง อ้างอิง Terra ตัวอย่างของความล้มเหลว

ศึกเลือกตั้งเกาหลีใต้เดือด! Stablecoins กลายเป็นประเด็นร้อนกลางเวทีการเมือง อ้างอิง Terra ตัวอย่างของความล้มเหลว

Altcoin Defi
May 12, 2025 by cryptocamping
Frame 1124 - 2025-05-12T114322.111

Stablecoins กลับมาเขย่าบัลลังก์การเมือง ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดี ณ เกาหลีใต้ Stablecoins กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทั้งผู้สมัครและผู้สนับสนุนต่างถกเถียงกันอย่างเผ็ดร้อน โดย Lee Jae-myung จากพรรค Democratic Party ออกมาเรียกร้องให้ภาครัฐผลักดันตลาด won-based stablecoin อย่างรวดเร็ว เพื่อไม่ให้ “ความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ” ไหลออกนอกประเทศ ในขณะที่ฝั่ง Lee Jun-seok แห่งพรรค Reform Party โต้กลับว่าความคิดนี้เสี่ยงเกินไป และอ้างอิง Terra ว่าเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความล้มเหลว

ย้อนรอย Terra: เพราะอะไรถึงกลายเป็นรอยแผลใหญ่? หลายคนในแวดวง blockchain และคริปโตคงไม่ลืมเหตุการณ์ Terra-Luna ที่เกิดขึ้นเมื่อพฤษภาคม 2022 เหตุการณ์นั้นทำให้เหล่า stablecoins ของ Terra เสียเพก (peg) และส่งผลให้ราคาตลาดคริปโตทั่วโลกร่วงหนักอย่างไม่คาดฝัน: KRT คือรัฐธรรมนูญสำคัญของ Terra ในการสร้างระบบ stablecoin ที่ผูกกับ KRW แต่ขาดหลักทรัพย์ค้ำประกัน (Collateral) อย่างแท้จริง Terra อาศัยเหรียญคู่ขนานอย่าง LUNA (ปัจจุบัน LUNC) เพื่อรักษาราคา แต่เมื่อความเชื่อมั่นหายไป ราคาของ LUNA ก็ดิ่งฮวบ นักลงทุนหลายพันคนในเกาหลีใต้เจ็บหนักจากวิกฤตครั้งนี้ และส่งผลเสียต่อภาพรวมตลาดคริปโตอย่างใหญ่หลวง เส้นทางของ Terra จึงถูกหยิบมาถกเถียงอีกครั้ง เมื่อมีข้อเสนอให้สร้าง KRW stablecoin ขึ้นมาใหม่ในช่วงหาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้

โจมตี-ป้องกัน: มุมมองสองขั้ว เมื่อ Lee Jae-myung เสนอว่าจะสร้าง ” won-based stablecoin” จึงถูกมองว่าอาจจะซ้ำรอยเดิมหาก “ไม่ระบุหลักทรัพย์ค้ำประกันที่ชัดเจน” ฝั่ง Lee Jun-seok ชี้ว่า นักการเมืองควรศึกษาการล่มสลายของ Terra อย่างรอบคอบก่อนจะผลักดัน DeFi หรือโครงการ staking บางอย่างที่ไม่โปร่งใส หรือปราศจากการควบคุม ด้านผู้สนับสนุนของ Lee Jae-myung โต้กลับว่าโลกกำลังมุ่งหน้าไปสู่ stablecoins แบบค้ำประกันเต็มรูปแบบ (1:1 Collateralized) ที่มีการสำรองเงินสดและพันธบัตรรัฐบาลอย่างชัดเจน เป็นแนวทางที่รัดกุมและลดโอกาสล่มเหมือน Terra

ตลาดคริปโตในเกาหลีใต้: ทำไมต้องใส่ใจ? ในต่างประเทศ รัฐบาลหลายแห่งต่างเริ่มพิจารณากฎระเบียบเพื่อปิดช่องโหว่ NFT โปรเจกต์ใหญ่ๆ ก็ผุดขึ้นทุกวัน รวมถึง airdrop และ staking ที่นักลงทุนมีส่วนร่วมกันมากขึ้น เกาหลีใต้เองถือเป็นตลาดใหญ่ที่มีกลุ่มนักลงทุนคริปโตจำนวนมาก การที่ผู้สมัครประธานาธิบดีเริ่มโหมโรงประเด็น Stablecoins หรือเหรียญประเทศ สะท้อนว่าคริปโตไม่ใช่เรื่องแค่มุมเล็กอีกต่อไป แต่กลายเป็นปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ต้องจับตาอย่างจริงจัง

ความคืบหน้าและมุมมองต่อจากนี้ มีรายงานว่าตัวแทนวงการคริปโตและผู้เชี่ยวชาญในเกาหลีใต้ อยากเห็นกรอบ regulatory ชัดเจน เพราะนั่นจะกระตุ้นให้ Sector นี้เดินหน้าได้อย่างแข็งแรง ทั้งในด้าน blockchain Infrastructure แอปพลิเคชันด้าน DeFi และโครงการอื่นๆ

บทสรุปและทางเลือกสำหรับนักลงทุน ไม่ว่าฝั่งไหนจะเป็นผู้ชนะหลังการเลือกตั้ง Stablecoins ร่วมไปถึงเทคโนโลยีคริปโตจะถูกจับตาอย่างต่อเนื่องในเกาหลีใต้ สำหรับนักลงทุนที่จับตาหาโอกาสจาก staking หรือ NFT โครงการ ควรพิจารณาข้อมูลเชิงลึกและกฎระเบียบที่อาจเข้มงวดขึ้นในอนาคต เพราะเมื่อการเมืองลงมาเล่นในสนามคริปโต โอกาสเสี่ยงและโอกาสเสริมก็พร้อมจะตามมาได้ทั้งสองด้าน