Tether ผงาดถือทองคำแซงหน้าชาติมหาอำนาจ! ทุ่มงบกำไร USDT ช้อนทองคำเข้าพอร์ตรวมกว่า 4.4 แสนล้านบาท

4.4 แสนล้านบาท (1.3 หมื่นล้านดอลลาร์) คือมูลค่าทองคำที่ Tether Holdings ผู้ให้บริการ Stablecoin อันดับหนึ่งของโลกถือครองอยู่ในปัจจุบัน หลังสร้างปรากฏการณ์กวาดซื้อทองคำในไตรมาสที่ 4 ของปี 2025 เพียงไตรมาสเดียวถึง 27 เมตริกตัน ส่งผลให้ Tether กลายเป็นผู้ถือครองทองคำรายใหญ่ติดอันดับ Top 30 ของโลก แซงหน้าธนาคารกลางของหลายประเทศ เช่น กรีซ กาตาร์ และออสเตรเลีย สะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การบริหารทุนสำรองจากการพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐเพียงอย่างเดียว สู่สินทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูงในยุคภูมิรัฐศาสตร์ตึงเครียด
Tether เริ่มต้นปี 2026 ด้วยการเปิดเผยข้อมูลการถือครองทองคำที่สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วอุตสาหกรรมการเงิน โดยเฉพาะการเข้าซื้อทองคำอย่างต่อเนื่องในระดับ 1-2 ตันต่อสัปดาห์ ซึ่งทองคำเหล่านี้ถูกจัดเก็บไว้ในบังเกอร์นิวเคลียร์ลับในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ การรุกหนักครั้งนี้ไม่เพียงแต่เพื่อค้ำประกันเหรียญ Tether Gold (XAUT) ที่มีส่วนแบ่งตลาดกว่า 60% ในกลุ่ม Gold-backed Stablecoin เท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การนำกำไรมหาศาลจากการบริหารเหรียญ USDT ไปแปรรูปเป็นสินทรัพย์ที่จับต้องได้ โดยปัจจุบัน Tether ถือครองทองคำรวมแล้วเกือบ 140 ตัน ซึ่งมีมูลค่าพุ่งสูงขึ้นตามราคาตลาดโลกที่เพิ่งทะลุระดับ 5,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปเมื่อไม่นานมานี้
Paolo Ardoino ซีอีโอของ Tether ได้แสดงทัศนะที่น่าสนใจว่า บทบาทของ Tether ในปัจจุบันเริ่มมีความใกล้เคียงกับ “ธนาคารกลางทองคำ” (Gold Central Bank) มากขึ้นทุกขณะ โดยเขามองว่าท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและการใช้หนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ที่พุ่งสูงขึ้น ทองคำกลายเป็นสินทรัพย์ที่เป็นกลางและปลอดภัยที่สุดสำหรับการรักษาความมั่งคั่งในระยะยาว นอกจากนี้ Tether ยังได้ดึงตัวผู้เชี่ยวชาญด้านการเทรดทองคำระดับมือพระกาฬจากธนาคาร HSBC เข้ามาร่วมทีมเพื่อขยายขอบเขตจากการเป็นเพียงผู้สะสม สู่การเป็นผู้เล่นในตลาดการซื้อขายทองคำกายภาพ (Physical Gold Market) อย่างเต็มตัวเพื่อสร้างแต้มต่อทางการแข่งขัน
ผลกระทบจากการเคลื่อนไหวของ Tether ครั้งนี้กำลังส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบในระบบนิเวศการเงินดิจิทัล (Ecosystem) เมื่อบริษัทเทคโนโลยีสามารถเข้าถึงทรัพยากรและสร้างอำนาจต่อรองได้เทียบเท่ากับประเทศอธิปไตย การเปลี่ยนกำไรจากพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ มาเป็นทองคำกายภาพของ Tether ไม่เพียงแต่ช่วยลดความเสี่ยงจากการรวมศูนย์ทางนโยบายการเงินของสหรัฐฯ (De-dollarization) แต่ยังสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับผู้ออก Stablecoin รายอื่นที่ต้องหันมาให้ความสำคัญกับความหลากหลายของสินทรัพย์ค้ำประกัน (Reserves Diversification) ซึ่งหากแนวโน้มนี้ยังคงดำเนินต่อไป Tether อาจกลายเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางราคาองคำโลกในอนาคต









