นายกฯ สั่งลุย! ไทยประกาศบังคับใช้ ‘Crypto Travel Rule’ เต็มสูบ ปิดจุดตายบัญชีม้า-เงินเทาข้ามชาติ

นายกฯ สั่งลุย! ไทยประกาศบังคับใช้ ‘Crypto Travel Rule’ เต็มสูบ ปิดจุดตายบัญชีม้า-เงินเทาข้ามชาติ

ข่าวสาร
January 13, 2026 by cryptocamping
Frame 1130 - 2026-01-13T125253.518

100% ของธุรกรรมคริปโตในไทยต้องโปร่งใส เมื่อรัฐบาลไทยภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ประกาศโรดแมปบังคับใช้กฎระเบียบ “Travel Rule” อย่างเข้มงวด เพื่อสกัดกั้นเส้นทางการเงิน “สีเทา” และอาชญากรรมไซเบอร์ โดยกำหนดให้ผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัล (VASP) ทุกรายต้องระบุตัวตนทั้งผู้ส่งและผู้รับในทุกธุรกรรมที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากลและทำลายระบบนิเวศของบัญชีม้าให้สิ้นซาก


การขยับตัวครั้งสำคัญของทางการไทยในครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับมาตรการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (AML) เข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดยหัวใจหลักคือการบังคับใช้เกณฑ์ Travel Rule ที่กำหนดให้แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีและผู้ให้บริการกระเป๋าเงินดิจิทัลต้องทำการเก็บและส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ทำธุรกรรมไปพร้อมกับการเคลื่อนย้ายสินทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นชื่อ-นามสกุล เลขที่บัญชี หรือที่อยู่ของผู้ส่งและผู้รับ ซึ่งมาตรการนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การทำธุรกรรมภายในประเทศเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการโอนสินทรัพย์ข้ามพรมแดนที่มักถูกใช้เป็นช่องทางในการฟอกเงินจากธุรกิจผิดกฎหมายและคอลเซ็นเตอร์ โดยรัฐบาลตั้งเป้าว่าการบังคับใช้กฎนี้จะช่วยลดจำนวน “บัญชีม้า” ที่ในปัจจุบันถูกระงับไปแล้วกว่า 44,000 บัญชี ให้มีประสิทธิภาพในการติดตามตัวผู้กระทำผิดได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ในมุมมองของนักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญด้านกฎระเบียบ การบังคับใช้ครั้งนี้เปรียบเสมือนการนำมาตรฐานธนาคารพาณิชย์ (Swift) มาปรับใช้กับโลกบล็อกเชน ซึ่งแม้จะขัดต่อหลักการ “Pseudo-anonymity” หรือความไม่ระบุตัวตนที่เป็นหัวใจของคริปโตในช่วงเริ่มต้น แต่ถือเป็นทางออกที่เลี่ยงไม่ได้หากอุตสาหกรรมต้องการการยอมรับในวงกว้าง โดยผู้เชี่ยวชาญระบุว่า “ความท้าทายที่แท้จริงไม่ใช่การออกกฎหมาย แต่คือความสามารถในการทำงานร่วมกัน (Interoperability) ของซอฟต์แวร์ระหว่างแพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อให้ข้อมูลสามารถ ‘เดินทาง’ ไปพร้อมกับเหรียญได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย” นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีแผนจัดตั้ง National Data Bureau หรือศูนย์ข้อมูลแห่งชาติ เพื่อทำหน้าที่เป็นจิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายในการเชื่อมโยงข้อมูลธุรกรรมจากหน่วยงานต่างๆ เข้าด้วยกัน ทำให้การตรวจสอบเส้นทางการเงินที่ซับซ้อนสามารถทำได้แบบเกือบจะ Real-time

ผลกระทบเชิงระบบที่เกิดขึ้นนี้จะสั่นสะเทือนถึง Ecosystem ของสินทรัพย์ดิจิทัลในไทยอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ให้บริการ VASP ที่ต้องเผชิญกับต้นทุนการกำกับดูแล (Compliance Cost) ที่สูงขึ้นเพื่อติดตั้งระบบคัดกรองและรายงานผล ในขณะที่ฝั่งนักลงทุนอาจต้องเผชิญกับขั้นตอนการถอนหรือโอนเหรียญที่เข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะการโอนไปยัง Unhosted Wallet หรือกระเป๋าเงินส่วนตัวที่อาจถูกจับตามองเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตาม ในระยะยาวมาตรการนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับสถาบันการเงินและนักลงทุนรายใหญ่ในการเข้ามาวางโครงสร้างพื้นฐานในไทย เห็นได้จากโปรเจกต์ TouristDigiPay ที่เริ่มทดสอบการใช้คริปโตเพื่อการท่องเที่ยวใน Sandbox ซึ่งต้องอาศัยมาตรฐานความโปร่งใสนี้เป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ

Related posts