ตำรวจไทยบุกยึดอภิมหึมามหาเหมืองขุดบิทคอยน์ ยึดของกลาง 200 ล้านบาท หลังลักลอบใช้ไฟมาแล้ว 2 เดือน กว่า 5 ล้านบาท

กองบัญชาการตำรวจไซเบอร์สอบทราบว่า มีการหลอกลวงลงทุน ซื้อ หรือ เช่ากำลังขุดเหมืองสกุลเงินดิจิทัล แบบ Cloud Mining โดยมิจฉาชีพมีการซื้อขายเครื่องขุดบิทคอยน์ในราคาต่ำกว่าราคาท้องตลาด และยังมีการรับฝากวางเครื่องขุด โดยเก็บค่าดูแลและค่าไฟฟ้าต่ำกว่าความเป็นจริง
และยังพบข้อมูลว่า มีการซื้อขายเครื่องขุดบิทคอยน์ และรับฝากวางทำเป็นเหมืองขุดที่โรงเจของศาลเจ้าพ่อแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.หนองสองห้อง อ.บ้านแพ้วจ.สมุทรสาคร รวมถึงโกดัง 2 อาคารแห่งหนึ่ง ในพื้นที่เขาแก่นจันทร์ อ.เมือง จ.ราชบุรี พบสถานที่ที่มีปริมาณการใช้ไฟฟ้ามากอย่างผิดปกติอีกหนึ่งแห่ง โดยเข้าตรวจสอบพบว่า
จุดที่ 1 โรงเจของศาลเจ้าแห่งหนึ่ง ต.หนองสองห้อง อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ตรวจพบเหมืองบิทคอยน์ โดยทำเป็นอาคารทึบ อยู่บริเวณโรงจอดรถของศาลเจ้าดังกล่าว มีนายสมบัติ แสดงตัวเป็น ผู้ควบคุมดูแล จากการตรวจค้นพบ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเลกทรอนิกส์สำหรับขุดบิทคอยน์ประกอบกันในลักษณะเป็นเหมืองขุด จำนวน 187 เครื่อง และจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่การไฟฟ้ายังพบว่า มีการดัดแปลงบริเวณมิเตอร์ไฟฟ้าซึ่งทำให้กระแสไฟฟ้าผิดปกติ
จุดที่ 2 โกดัง บริเวณเขาแก่นจันทร์ อ.เมือง จ.ราชบุรี พบเหมืองบิทคอยน์ ทำเป็นอาคารทึบ มีนายสมหวัง แสดงตัวเป็นผู้ควบคุมดูแลเหมือง และมีนายนายเกียรติก้อง ทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมดูแลอาคารและเครื่องขุดดังกล่าว จากการตรวจค้น พบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเลกทรอนิกส์สำหรับขุดบิทคอยน์ประกอบกันในลักษณะเป็นเหมืองขุด จำนวน 465 เครื่อง และจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า พบว่ามีการดัดแปลงมิเตอร์ไฟฟ้าซึ่งทำให้กระแสไฟฟ้าผิดปกติ
จึงยึดของกลางทั้งหมดได้ ดังนี้
1. เครื่องขุดบิทคอยน์ มูลค่าประมาณ 3.5 แสนบาท จำนวน 652 เครื่อง รวมมูลค่าประมาณ 200 ล้านบาท
2. มิเตอร์ไฟฟ้าที่ถูกดัดแปลง จำนวน 2 มิเตอร์ นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินการต่อไป
โดยจากการคำนวณค่าไฟฟ้าที่รัฐเสียหายจากทั้ง 2 จุด พบว่ามีมูลค่าประมาณ 5 ล้านบาท









