ก.ล.ต. เปิดศึก “บัญชีม้า”! ผนึก 15 องค์กรล่าฟอกเงินดิจิทัล

ก.ล.ต. เปิดศึก “บัญชีม้า”! ผนึก 15 องค์กรล่าฟอกเงินดิจิทัล

ข่าวสาร
November 7, 2025 by cryptocamping
Frame 1130 (86)

ก.ล.ต. สวมบท “แม่ทัพไซเบอร์” ผนึก 15 หน่วยงานรัฐ–เอกชน ลงนาม MOU ครั้งประวัติศาสตร์ เดินหน้าสกัด “บัญชีม้า–Scammer” ใช้สินทรัพย์ดิจิทัลฟอกเงิน พร้อมเปิดตัวกลไก “Shared Responsibility” ให้ผู้ประกอบการร่วมรับผิดชอบความเสียหาย และย้ำมาตรการใหม่ “SEC Check First” และ “สายด่วน 1207” เป็นแนวป้องกันเชิงรุกของตลาดทุนไทย


📊 Highlight Box

  • 🤝 ร่วมลงนาม MOU กับ 15 หน่วยงานชั้นนำของประเทศ
  • 💰 อายัดทรัพย์สินบัญชีม้าสะสมกว่า 228 ล้านบาท
  • 🔒 ปิดกั้นบัญชีสินทรัพย์ดิจิทัลกว่า 32,671 บัญชี
  • ⚙️ กลไกใหม่ “Shared Responsibility” บังคับผู้ประกอบการร่วมรับผิดชอบ
  • 📞 สายด่วน 1207 กด 22 – รับแจ้งภัยหลอกลงทุนกว่า 1,500 ครั้งในเดือนเดียว

🔍 รายละเอียดเหตุการณ์

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ประกาศความร่วมมือครั้งใหญ่กับ 15 หน่วยงานภาครัฐและเอกชนชั้นนำ ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีลงนาม

ความร่วมมือนี้เป็นสัญญาณสำคัญในการยกระดับ “ระบบภูมิคุ้มกันไซเบอร์ของชาติ” โดยมุ่งยับยั้งการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นช่องทางฟอกเงิน และเสริมกลไกป้องกันการหลอกลงทุนในโลกดิจิทัล

หน่วยงานที่เข้าร่วมครอบคลุมตั้งแต่ ปปง., สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, ธนาคารแห่งประเทศไทย, สมาคมธนาคารไทย ไปจนถึง สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ ถือเป็นการผนึกกำลังแบบบูรณาการครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การกำกับดูแลด้านสินทรัพย์ดิจิทัลของไทย


💬 บทเรียนและมุมมองผู้เชี่ยวชาญ

“การลงนาม MOU ครั้งนี้ คือการประกาศสงครามกับ Scammer และบัญชีม้าในโลกสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างจริงจัง ก.ล.ต. จะไม่เพียงตามแก้ แต่จะป้องกันตั้งแต่ต้นทาง”
นางสาวจอมขวัญ คงสกุล, รองเลขาธิการ ก.ล.ต.

บทเรียนสำคัญ:

  • การบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงาน คือหัวใจของการสกัดฟอกเงิน
  • ผู้ประกอบการต้องยกระดับระบบ KYC และตรวจสอบธุรกรรมแบบ Real-time
  • ความรับผิดชอบแบบ Shared Responsibility จะสร้างแรงกดดันเชิงบวกให้ธุรกิจไม่ละเลยความปลอดภัย
  • การสื่อสารและการให้ความรู้กับนักลงทุนเป็น “ด่านแรก” ของการป้องกัน

🌐 ผลกระทบเชิงระบบ (Implications)

  1. ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทยจะเข้มงวดขึ้น – นักลงทุนและผู้ให้บริการต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบตัวตนที่เข้มข้นกว่าเดิม
  2. แพลตฟอร์มต่างประเทศถูกจับตาใกล้ชิด – ปัจจุบันมีการส่งข้อมูลเพื่อปิดกั้นแล้วกว่า 5 แพลตฟอร์ม
  3. ความเชื่อมั่นของตลาดทุนเพิ่มขึ้น – การดำเนินการแบบรวมศูนย์ข้อมูลช่วยลดความเสี่ยงจากการหลอกลงทุน
  4. กฎหมายใหม่สร้างมาตรฐานระดับภูมิภาค – ไทยกลายเป็นกรณีศึกษาของการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลที่เน้นความร่วมรับผิดชอบ

🗓️ Timeline เหตุการณ์สำคัญ

วันที่ เหตุการณ์
ก.ย. 2568 ก.ล.ต. รายงานอายัดบัญชีม้าสะสม 228 ล้านบาท
ต.ค. 2568 เปิดสายด่วน 1207 กด 22 รับแจ้งหลอกลงทุน 1,500 ครั้ง
ต.ค. 2568 ปิดกั้นเว็บไซต์และแอปสินทรัพย์ดิจิทัลต่างประเทศ 5 แพลตฟอร์ม
ต.ค. 2568 ลงนาม MOU กับ 15 หน่วยงาน ปราบอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
พ.ย. 2568 เตรียมออกกฎหมาย “Shared Responsibility” มีผลบังคับใช้

🧩 Key Takeaways

  • ก.ล.ต. กลายเป็นศูนย์กลางการต่อสู้กับ “Scam Economy” ของประเทศ
  • การร่วมมือระดับชาติสะท้อนความจริงจังในการป้องกันฟอกเงินผ่านสินทรัพย์ดิจิทัล
  • กฎหมายใหม่บังคับให้ผู้ประกอบการร่วมรับผิดชอบ (Shared Responsibility)
  • เทคโนโลยี AI และระบบตรวจจับช่วยลดเวลาปิดกั้นภัยหลอกลงทุนเหลือไม่ถึง 7 นาที
  • การสื่อสารผ่าน “SEC Check First” และ “Scam Center” คือหัวใจของการสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

Related posts