ก.ล.ต. เปิดศึก “บัญชีม้า”! ผนึก 15 องค์กรล่าฟอกเงินดิจิทัล

ก.ล.ต. สวมบท “แม่ทัพไซเบอร์” ผนึก 15 หน่วยงานรัฐ–เอกชน ลงนาม MOU ครั้งประวัติศาสตร์ เดินหน้าสกัด “บัญชีม้า–Scammer” ใช้สินทรัพย์ดิจิทัลฟอกเงิน พร้อมเปิดตัวกลไก “Shared Responsibility” ให้ผู้ประกอบการร่วมรับผิดชอบความเสียหาย และย้ำมาตรการใหม่ “SEC Check First” และ “สายด่วน 1207” เป็นแนวป้องกันเชิงรุกของตลาดทุนไทย
📊 Highlight Box
- 🤝 ร่วมลงนาม MOU กับ 15 หน่วยงานชั้นนำของประเทศ
- 💰 อายัดทรัพย์สินบัญชีม้าสะสมกว่า 228 ล้านบาท
- 🔒 ปิดกั้นบัญชีสินทรัพย์ดิจิทัลกว่า 32,671 บัญชี
- ⚙️ กลไกใหม่ “Shared Responsibility” บังคับผู้ประกอบการร่วมรับผิดชอบ
- 📞 สายด่วน 1207 กด 22 – รับแจ้งภัยหลอกลงทุนกว่า 1,500 ครั้งในเดือนเดียว
🔍 รายละเอียดเหตุการณ์
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ประกาศความร่วมมือครั้งใหญ่กับ 15 หน่วยงานภาครัฐและเอกชนชั้นนำ ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีลงนาม
ความร่วมมือนี้เป็นสัญญาณสำคัญในการยกระดับ “ระบบภูมิคุ้มกันไซเบอร์ของชาติ” โดยมุ่งยับยั้งการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นช่องทางฟอกเงิน และเสริมกลไกป้องกันการหลอกลงทุนในโลกดิจิทัล
หน่วยงานที่เข้าร่วมครอบคลุมตั้งแต่ ปปง., สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, ธนาคารแห่งประเทศไทย, สมาคมธนาคารไทย ไปจนถึง สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ ถือเป็นการผนึกกำลังแบบบูรณาการครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การกำกับดูแลด้านสินทรัพย์ดิจิทัลของไทย
💬 บทเรียนและมุมมองผู้เชี่ยวชาญ
“การลงนาม MOU ครั้งนี้ คือการประกาศสงครามกับ Scammer และบัญชีม้าในโลกสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างจริงจัง ก.ล.ต. จะไม่เพียงตามแก้ แต่จะป้องกันตั้งแต่ต้นทาง”
— นางสาวจอมขวัญ คงสกุล, รองเลขาธิการ ก.ล.ต.
บทเรียนสำคัญ:
- การบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงาน คือหัวใจของการสกัดฟอกเงิน
- ผู้ประกอบการต้องยกระดับระบบ KYC และตรวจสอบธุรกรรมแบบ Real-time
- ความรับผิดชอบแบบ Shared Responsibility จะสร้างแรงกดดันเชิงบวกให้ธุรกิจไม่ละเลยความปลอดภัย
- การสื่อสารและการให้ความรู้กับนักลงทุนเป็น “ด่านแรก” ของการป้องกัน
🌐 ผลกระทบเชิงระบบ (Implications)
- ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทยจะเข้มงวดขึ้น – นักลงทุนและผู้ให้บริการต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบตัวตนที่เข้มข้นกว่าเดิม
- แพลตฟอร์มต่างประเทศถูกจับตาใกล้ชิด – ปัจจุบันมีการส่งข้อมูลเพื่อปิดกั้นแล้วกว่า 5 แพลตฟอร์ม
- ความเชื่อมั่นของตลาดทุนเพิ่มขึ้น – การดำเนินการแบบรวมศูนย์ข้อมูลช่วยลดความเสี่ยงจากการหลอกลงทุน
- กฎหมายใหม่สร้างมาตรฐานระดับภูมิภาค – ไทยกลายเป็นกรณีศึกษาของการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลที่เน้นความร่วมรับผิดชอบ
🗓️ Timeline เหตุการณ์สำคัญ
| วันที่ | เหตุการณ์ |
|---|---|
| ก.ย. 2568 | ก.ล.ต. รายงานอายัดบัญชีม้าสะสม 228 ล้านบาท |
| ต.ค. 2568 | เปิดสายด่วน 1207 กด 22 รับแจ้งหลอกลงทุน 1,500 ครั้ง |
| ต.ค. 2568 | ปิดกั้นเว็บไซต์และแอปสินทรัพย์ดิจิทัลต่างประเทศ 5 แพลตฟอร์ม |
| ต.ค. 2568 | ลงนาม MOU กับ 15 หน่วยงาน ปราบอาชญากรรมทางเทคโนโลยี |
| พ.ย. 2568 | เตรียมออกกฎหมาย “Shared Responsibility” มีผลบังคับใช้ |
🧩 Key Takeaways
- ก.ล.ต. กลายเป็นศูนย์กลางการต่อสู้กับ “Scam Economy” ของประเทศ
- การร่วมมือระดับชาติสะท้อนความจริงจังในการป้องกันฟอกเงินผ่านสินทรัพย์ดิจิทัล
- กฎหมายใหม่บังคับให้ผู้ประกอบการร่วมรับผิดชอบ (Shared Responsibility)
- เทคโนโลยี AI และระบบตรวจจับช่วยลดเวลาปิดกั้นภัยหลอกลงทุนเหลือไม่ถึง 7 นาที
- การสื่อสารผ่าน “SEC Check First” และ “Scam Center” คือหัวใจของการสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว









