เกิดอะไรขึ้นกับเหรียญ Layer 1? เมื่อตัวเลขผู้ใช้งานแห่ “หนี” ออกจากเครือข่าย ทำเอา Altcoins ร่วงกราวรูดทั้งกระดาน!

$1.2 Trillion คือมูลค่าตลาดที่สั่นคลอนในช่วงข้ามคืน เมื่อเหรียญกลุ่ม Layer 1 (L1) ชั้นนำเผชิญกับการเทขายอย่างรุนแรง ท่ามกลางภาวะการไหลออกของเงินทุน (Capital Outflow) ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างผิดปกติในปี 2025 ส่งผลให้ Bitcoin กลับมาแผ่ขยายอิทธิพลเหนือตลาดอีกครั้งในระดับที่ไม่ได้เห็นมานานหลายปี สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของนักลงทุนที่เริ่มหันหลังให้กับความเสี่ยงในโปรเจกต์เครือข่ายใหม่ๆ และกลับไปหา “ดิจิทัลโกลด์” เพื่อความปลอดภัย
ปรากฏการณ์การร่วงลงของราคาเหรียญในกลุ่ม Layer 1 ครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากปัจจัยทางเทคนิคเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลพวงจากข้อมูลออนเชนที่ระบุว่าจำนวนผู้ใช้งานที่ทำธุรกรรมจริง (Active Users) ในเครือข่ายคู่แข่งหลายแห่งลดลงอย่างมีนัยสำคัญกว่า 30% ภายในไตรมาสเดียว สถานการณ์นี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสภาพคล่องในระบบนิเวศ DeFi และ NFT ที่เคยเป็นหัวเจาะสำคัญในการสร้างมูลค่าให้แก่เหรียญประจำเครือข่าย เมื่อแรงจูงใจในการถือครองลดลง ประกอบกับการขาดนวัตกรรมที่โดดเด่นพอจะดึงดูดเม็ดเงินใหม่ นักลงทุนจึงเลือกที่จะลดความเสี่ยงด้วยการเทขายเหรียญ Altcoin ในพอร์ตเพื่อรักษาสภาพคล่องไว้ในสินทรัพย์ที่มีความผันผวนต่ำกว่า
นักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินชั้นนำมองว่านี่คือ “The Great Consolidation” หรือการควบรวมอำนาจครั้งใหญ่ของตลาดคริปโต โดยให้ความเห็นว่าความเหนื่อยล้าของนักลงทุนต่อสัญญาใจของโปรเจกต์ L1 ที่มักจะโฆษณาเรื่องความเร็วและค่าธรรมเนียมถูกเริ่มหมดมนต์ขลัง เมื่อเปรียบเทียบกับความมั่นคงเชิงโครงสร้างที่ Bitcoin มอบให้ในฐานะสินทรัพย์หลัก “เรากำลังเห็นการคัดกรองตามธรรมชาติที่โหดร้ายที่สุดครั้งหนึ่ง” ผู้เชี่ยวชาญระบุ “ในปี 2025 ตลาดไม่ได้ต้องการเครือข่ายที่เร็วที่สุดอีกต่อไป แต่ต้องการเครือข่ายที่มีความเชื่อมั่นและมูลค่าที่แท้จริงรองรับ” ซึ่งจุดนี้เองที่ทำให้ Bitcoin Dominance พุ่งทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่องจนเบียดพื้นที่ของเหรียญขนาดเล็กให้เหลือน้อยลงทุกที
ผลกระทบเชิงระบบในครั้งนี้อาจนำไปสู่การปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมครั้งใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มนักพัฒนาที่อาจต้องพิจารณาการย้ายฐานไปยัง Layer 2 หรือโซลูชันที่เชื่อมต่อกับ Bitcoin มากขึ้นแทนการสร้าง Ecosystem ใหม่ตั้งแต่ต้น การอ่อนแอลงของ L1 ยังส่งสัญญาณเตือนไปยังเหล่านักลงทุนสถาบันที่เคยกระจายความเสี่ยงไปในเหรียญทางเลือก ว่าถึงเวลาที่ต้องทบทวนกลยุทธ์ใหม่ในโลกที่สภาพคล่องถูกดูดกลับไปหาจุดศูนย์กลาง หากแนวโน้มนี้ยังดำเนินต่อไป เราอาจเห็นการล่มสลายของโปรเจกต์ L1 ที่ไม่มีพื้นฐานผู้ใช้งานจริงแข็งแกร่งพอ ซึ่งจะกลายเป็นบทเรียนราคาแพงว่าในโลกแห่งการเงิน ความมั่นคงมักจะชนะความเร็วในระยะยาวเสมอ









