วิกฤตโตเกียวพ่นพิษ! Bitcoin ร่วงหลุด 3.1 ล้านบาท หลังบอนด์ญี่ปุ่นพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 27 ปี

วิกฤตโตเกียวพ่นพิษ! Bitcoin ร่วงหลุด 3.1 ล้านบาท หลังบอนด์ญี่ปุ่นพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 27 ปี

ข่าวสาร
January 21, 2026 by cryptocamping
Frame 1130 - 2026-01-21T123546.930

3.1 ล้านบาท คือมูลค่าที่ Bitcoin ไม่สามารถรักษาไว้ได้ หลังจากการพุ่งทะยานของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (JGB) อายุ 30 ปี ที่ดีดตัวสูงถึง 3.91% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1999 เหตุการณ์นี้ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วสินทรัพย์เสี่ยง ส่งผลให้ราคา Bitcoin ร่วงทะลุแนวรับสำคัญที่ 91,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 3.09 ล้านบาท) ลบกำไรทั้งหมดที่สะสมมาตลอดต้นปี 2026 ภายในระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมง


คลื่นยักษ์แห่งการขายทิ้งเริ่มต้นขึ้นเมื่อตลาดพันธบัตรญี่ปุ่นเกิดภาวะ Panic จากความกังวลในนโยบายการเงินและแผนการใช้จ่ายภาครัฐภายใต้นายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทากาอิจิ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนตลาดเข้าสู่ภาวะสุญญากาศไร้ผู้ซื้อ (No Buyers) ในบางช่วงเวลา แรงกดดันนี้บังคับให้นักลงทุนสถาบันต้องเร่งเทขายสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงรวมถึง Bitcoin เพื่อชดเชยความเสี่ยงและเตรียมรับมือกับการแข็งค่าของเงินเยน โดยในช่วงวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีต้องเผชิญกับการถูกล้างพอร์ต (Liquidation) รวมมูลค่าหลายร้อยล้านดอลลาร์ เนื่องจากนักลงทุนไม่ทันตั้งตัวกับความผันผวนที่เกิดขึ้นจากฝั่งเอเชีย

ผู้เชี่ยวชาญจาก Bitwise และนักวิเคราะห์ในอุตสาหกรรมมองว่านี่คือสัญญาณของ “Debt Doom Loop” หรือวงจรหนี้มหาศาลของญี่ปุ่นที่เริ่มส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพการเงินโลก โดย André Dragosch หัวหน้าฝ่ายวิจัยจาก Bitwise ให้ความเห็นว่า “ความผันผวนในตลาดบอนด์ญี่ปุ่นกำลังทำให้ Bitcoin ถูกมองในสองมุมมองที่ขัดแย้งกัน ในระยะสั้นมันคือสินทรัพย์เสี่ยงที่ถูกเทขายตามสภาพคล่อง แต่ในระยะยาว ความไม่เชื่อมั่นในพันธบัตรรัฐบาล (Sovereign Risk) อาจเป็นปัจจัยบวกที่ผลักดันให้นักลงทุนหันมาถือ Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่มีความเสี่ยงจากคู่สัญญา (Counterparty Risk) เหมือนทองคำดิจิทัล”

ในเชิงระบบ ผลกระทบครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของ “Yen Carry Trade” ที่นักลงทุนทั่วโลกใช้เงินเยนดอกเบี้ยต่ำไปเก็งกำไรในสินทรัพย์เสี่ยงมานานหลายทศวรรษ เมื่อดอกเบี้ยในญี่ปุ่นเริ่มขยับตัวขึ้นและพันธบัตรถูกเทขาย ทำให้ท่อส่งสภาพคล่องทั่วโลกเริ่มตีบตัน ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังตลาดหุ้นสหรัฐฯ และตลาดคริปโตอย่างเลี่ยงไม่ได้ หากสถานการณ์ในโตเกียวยังไม่นิ่ง เราอาจเห็นการปรับฐานใหญ่ของ Bitcoin ไปยังระดับ 80,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 2.7 ล้านบาท) ซึ่งเป็นฐานราคาสำคัญก่อนที่จะเริ่มรอบการวิ่งใหม่ในช่วงครึ่งปีหลัง

Related posts