ทรัมป์ส่งสัญญาณ “Green Light” จ่อเซ็นกฎหมายคริปโตฉบับยักษ์ หวังรักษาตำแหน่ง Crypto Capital of the World

ทรัมป์ส่งสัญญาณ “Green Light” จ่อเซ็นกฎหมายคริปโตฉบับยักษ์ หวังรักษาตำแหน่ง Crypto Capital of the World

ข่าวสาร
January 22, 2026 by cryptocamping
Frame 1130 - 2026-01-22T121229.229

90,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 3,060,000 บาท คือระดับราคาที่ Bitcoin พุ่งทะยานขานรับถ้อยแถลงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ บนเวที World Economic Forum (WEF) 2026 ณ เมืองดาโวส โดยทรัมป์ประกาศกร้าวว่าสหรัฐฯ ต้องเป็น “เมืองหลวงแห่งคริปโตของโลก” และส่งสัญญาณเตรียมลงนามกฎหมายโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลชุดใหญ่ในเร็วๆ นี้ เพื่อสกัดกั้นความพยายามของจีนในการก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมนี้

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ใช้โอกาสในการกล่าวสุนทรพจน์ต่อผู้นำโลกและนักลงทุนในงาน WEF 2026 เมื่อวันพุธที่ผ่านมา เพื่อย้ำเตือนถึงความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเขาระบุว่านโยบายสนับสนุนคริปโตไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการเมืองที่เรียกคะแนนเสียงได้มหาศาลเท่านั้น แต่คือการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สหรัฐฯ จะพ่ายแพ้ไม่ได้ ทรัมป์ได้อ้างถึงความสำเร็จในการลงนามร่างกฎหมาย GENIUS Act เมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งเน้นไปที่การกำกับดูแล Stablecoin และการคุ้มครองผู้บริโภค โดยเขามองว่านั่นเป็นเพียงก้าวแรกของการวางรากฐานนวัตกรรมทางการเงินที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าเศรษฐกิจอเมริกันไปตลอดกาล

“จีนต้องการตลาดนี้เช่นกัน และพวกเขาก็ต้องการเป็นผู้นำด้าน AI เหมือนกัน” คือประโยคสำคัญที่ทรัมป์ใช้เปรียบเทียบความทะเยอทะยานของคู่แข่งหมายเลขหนึ่ง โดยเขามองว่าหากสหรัฐฯ ไม่รีบชิงพื้นที่ในอุตสาหกรรมคริปโต จีนจะเข้ามาควบคุมระเบียบการเงินดิจิทัลโลกผ่านทางหยวนดิจิทัล (e-CNY) แม้จะยังมีการสั่งแบนการซื้อขายภายในประเทศตนเองอยู่ก็ตาม ทั้งนี้ ทรัมป์เชื่อมั่นว่าเสรีภาพทางการเงินที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีบล็อกเชนจะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ชาวอเมริกันเข้าถึงโอกาสใหม่ๆ และรักษาอำนาจดอลลาร์ในรูปแบบดิจิทัลให้คงความแข็งแกร่งเหนือกว่าคู่แข่งทุกรายในตลาดโลก

การประกาศเจตนารมณ์ครั้งนี้ส่งผลกระทบเชิงบวกต่อระบบนิเวศคริปโตในวงกว้าง โดยเฉพาะความเชื่อมั่นว่าสถาบันการเงินขนาดใหญ่จะสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในตลาดได้อย่างถูกกฎหมายมากขึ้นผ่านโครงสร้างตลาดที่ชัดเจน (Market Structure Rules) ที่กำลังรอการอนุมัติจากสภาคองเกรส นักวิเคราะห์มองว่าความชัดเจนทางนโยบายจากผู้นำสหรัฐฯ จะเป็นแรงผลักดันให้เกิดการไหลเข้าของเม็ดเงินมหาศาล และอาจนำไปสู่การจัดตั้ง “ทุนสำรองบิตคอยน์เชิงยุทธศาสตร์” ที่ทรัมป์เคยหาเสียงไว้ ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง จะเป็นการยกระดับคริปโตเคอร์เรนซีจากการเป็นสินทรัพย์ทางเลือกสู่การเป็นสินทรัพย์หลักของระบบการเงินระดับประเทศอย่างเป็นทางการ

Related posts