Uber พิจารณาใช้ stablecoins เพื่อชำระเงินเร็วขึ้น หวังลดต้นทุน FX สำหรับการดำเนินงานทั่วโลก

Uber กำลังพิจารณาการใช้ stablecoins ที่ผูกกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการโอนเงินระหว่างประเทศ และลดต้นทุนด้านค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (FX) โดย Dara Khosrowshahi ซีอีโอของ Uber เปิดเผยในงาน Bloomberg Tech Conference ที่ซานฟรานซิสโกว่า เทคโนโลยี blockchain สามารถชำระเงินได้เร็วกว่าระบบธนาคารแบบดั้งเดิม และช่วยลดต้นทุนในตลาดที่ระบบธนาคารท้องถิ่นยังมีค่าใช้จ่ายสูงหรือดำเนินการล่าช้า
ปัจจุบัน Uber มีผู้ใช้งานประจำมากถึง 171 ล้านคนต่อเดือนทั่วโลก ซึ่งหมายความว่าการปรับปรุงระบบการโอนเงินจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานได้อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม Uber ยังอยู่ในช่วงศึกษาความเป็นไปได้ โดยต้องพิจารณาทั้งในด้านการดำเนินงาน กฎระเบียบ และเทคโนโลยีก่อนตัดสินใจว่าจะดำเนินการจริงหรือไม่
ซีอีโอของ Uber ย้ำว่าบริษัทยังไม่มีแผนถือครอง crypto เป็นสินทรัพย์ในงบดุล และหากมีการใช้ stablecoins จริง ก็จะต้องอยู่ภายใต้กฎคุ้มครองผู้บริโภคที่เข้มงวดตามข้อกำหนดของแต่ละประเทศ
ความเคลื่อนไหวนี้ต่อยอดจากสิ่งที่ Khosrowshahi เคยให้สัมภาษณ์กับ CNBC เมื่อเดือนสิงหาคม 2024 ว่า Uber พร้อมจะเพิ่มตัวเลือกชำระเงินด้วย Bitcoin และ cryptocurrencies อื่น ๆ เมื่อมีกฎระเบียบที่ชัดเจนและสามารถจัดการกับข้อจำกัดทางเทคนิคได้สำเร็จ โดยมองว่า crypto จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้ลูกค้า โดยไม่เกี่ยวข้องกับการเก็งกำไรหรือถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลเอง
ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า Uber เริ่มศึกษาการพัฒนา crypto wallet ภายในแอปพลิเคชันของบริษัทเอง รวมถึงปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยและกฎระเบียบ เพื่อเตรียมพร้อมหากต้องเดินหน้ารับ crypto payment ในอนาคต ทั้งนี้ Uber จะยังคงจับตาท่าทีจากหน่วยงานกำกับดูแลก่อนจะตัดสินใจขั้นสุดท้าย









