สหรัฐฯ ปฏิรูปครั้งใหญ่! เสนอตั้ง “Agency Project” ผ่าทางตันอำนาจ SEC-CFTC คุมตลาดคริปโต

สหรัฐฯ ปฏิรูปครั้งใหญ่! เสนอตั้ง “Agency Project” ผ่าทางตันอำนาจ SEC-CFTC คุมตลาดคริปโต

ข่าวสาร
January 30, 2026 by cryptocamping
Frame 1130 - 2026-01-30T140721.331

ยุคสมัยแห่งความสับสนในการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลของสหรัฐฯ อาจกำลังจะสิ้นสุดลง เมื่อมีการผลักดันแนวคิดใหม่ในการผสานความร่วมมือระหว่าง ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) และ คณะกรรมาธิการการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์ (CFTC) เพื่อยุติสงครามแย่งชิงเขตอำนาจ (Turf War) ที่ยืดเยื้อมานาน การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่อาจปลดล็อกมูลค่ามหาศาลให้กับอุตสาหกรรมคริปโตทั่วโลก


ความเคลื่อนไหวล่าสุดในแวดวงกฎหมายสหรัฐฯ ชี้ให้เห็นถึงความพยายามครั้งสำคัญในการแก้ไขปัญหา “สุญญากาศทางกฎหมาย” ที่กัดกินการเติบโตของอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลมาหลายปี โดยประเด็นหลักอยู่ที่การผลักดันโครงการหรือกรอบการทำงานร่วมกันระหว่างสองหน่วยงานกำกับดูแลยักษ์ใหญ่ คือ SEC และ CFTC ซึ่งที่ผ่านมามักมีข้อพิพาทเรื่องคำจำกัดความว่าสินทรัพย์ใดคือ “หลักทรัพย์” (Security) และสินทรัพย์ใดคือ “สินค้าโภคภัณฑ์” (Commodity) การขาดความชัดเจนนี้ส่งผลให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายผ่านการฟ้องร้อง (Regulation by Enforcement) ซึ่งสร้างความเสียหายและความไม่มั่นใจให้กับผู้ประกอบการ โดยข้อเสนอใหม่นี้มุ่งเน้นการสร้างเส้นแบ่งที่ชัดเจนและการทำงานสอดประสานกัน เพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถปฏิบัติตามกฎระเบียบได้อย่างถูกต้องโดยไม่ต้องหวาดระแวงกับการถูกฟ้องย้อนหลัง

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญและนักวิเคราะห์กฎหมาย การริเริ่มให้หน่วยงานทั้งสองหันหน้าเข้าหากันถือเป็น “ทางออกเดียว” ที่จะรักษาความเป็นผู้นำทางเทคโนโลยีการเงินของสหรัฐฯ ไว้ได้ การปล่อยให้เกิดความขัดแย้งต่อไปมีแต่จะผลักดันให้นวัตกรรมและเม็ดเงินลงทุนไหลออกไปยังประเทศที่มีกฎหมายรองรับชัดเจนกว่า เช่น สหภาพยุโรปหรือฮ่องกง โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่า หากสหรัฐฯ สามารถคลอดกฎหมายที่ระบุอำนาจหน้าที่ของ SEC และ CFTC ได้อย่างเบ็ดเสร็จ จะเป็นการสร้างรากฐานที่มั่นคง (Regulatory Clarity) ซึ่งเป็นสิ่งที่นักลงทุนสถาบันรอคอยมานาน เพื่อที่จะสามารถจัดสรรเงินทุนเข้าสู่ตลาดนี้ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย โดยปราศจากความเสี่ยงด้านกฎหมายที่ไม่แน่นอน

นัยสำคัญของการเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลกระทบในวงกว้างระดับมหภาค เพราะกฎระเบียบของสหรัฐฯ มักถูกใช้เป็นแม่แบบ (Blueprint) ให้กับหน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลก หาก Framework นี้สำเร็จ จะทำให้อีโคซิสเต็มของสินทรัพย์ดิจิทัลถูกยกระดับจากการเป็นสินทรัพย์เก็งกำไรในตลาดสีเทา มาสู่การเป็นสินทรัพย์การลงทุนกระแสหลัก (Mainstream Asset Class) ที่มีความน่าเชื่อถือ การผสานความร่วมมือครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการเมืองภายในสหรัฐฯ แต่คือกุญแจดอกสำคัญที่จะกำหนดทิศทางของ Web3 และนวัตกรรมทางการเงินของโลกในทศวรรษหน้า

Related posts