เจาะเบื้องหลัง WLFI แช่แข็งกระเป๋า Justin Sun ปลุกดราม่าใหญ่: มิตรภาพกับ Trump พังทลาย ความเชื่อมั่นโครงการสั่นสะเทือน

World Liberty Financial (WLFI) โทเคนที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่กี่วัน กลายเป็นข่าวร้อนในโลกคริปโต เมื่อทีมงานตัดสินใจ “แช่แข็ง” กระเป๋าเงินของ Justin Sun ผู้ก่อตั้ง TRON มูลค่ากว่า 500 ล้านดอลลาร์ หลังจากมีการโอน 50 ล้านโทเคนเพียงครั้งเดียว การเคลื่อนไหวนี้ไม่เพียงสั่นสะเทือนราคา WLFI ที่ร่วงลงกว่า 60% แต่ยังทำลายภาพลักษณ์ “การกระจายอำนาจ” ที่โครงการพยายามสร้างมาตั้งแต่ต้น
Sun รีบออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยยืนยันว่าธุรกรรมดังกล่าวเป็นแค่การทดสอบเล็กน้อย ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการปั่นราคา พร้อมเรียกการแช่แข็งว่า “ไม่สมเหตุสมผล” ขณะที่บริษัทวิเคราะห์บล็อกเชน Nansen ก็เผยว่าการร่วงหนักของราคา WLFI มาจากการปล่อยโทเคนชุดใหญ่ออกจาก BitGo ไม่ใช่จากกระเป๋าของ Sun ทว่า ความสัมพันธ์ระหว่าง Nansen และเครือข่าย TRON ของ Sun กลับสร้างข้อกังขาใหม่ ว่าการปกป้องครั้งนี้มีอคติหรือไม่
เบื้องหลังความขัดแย้งคือความเชื่อมโยงเชิงอำนาจที่เข้มข้น Justin Sun ลงทุนไปแล้วกว่า 75 ล้านดอลลาร์ ใน WLFI ตั้งแต่ปี 2024 และเป็นผู้ถือครองรายใหญ่ที่สุด ขณะเดียวกัน ครอบครัว Trump ก็คุมบริษัทแม่ WLFI ถึง 60% และถือครองโทเคนมากถึง 22.5 พันล้านเหรียญ มูลค่าราว 5 พันล้านดอลลาร์ ในวันเปิดตัว ทำให้โครงการที่อ้างว่ากระจายอำนาจ กลับถูกครอบงำด้วยผู้เล่นวงในไม่กี่ราย
เสียงของชุมชนคริปโตจึงแตกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งมองว่าการอายัดกระเป๋าเป็นการป้องกันไม่ให้ Sun ใช้กลยุทธ์ “ปั่น–เท” ซ้ำ ขณะที่อีกฝ่ายกลับเห็นว่าเป็นการแสดงถึงอำนาจรวมศูนย์ของ WLFI และสวนทางกับสิ่งที่โครงการประกาศไว้ มีผู้ใช้ถึงกับแซวว่า Sun ถูก “rugged โดยประธานาธิบดีสหรัฐฯ”
เพียงหนึ่งสัปดาห์หลังเปิดตัว WLFI ก็เผชิญวิกฤตศรัทธาครั้งใหญ่ และที่สำคัญคือ ทีมงานยังไม่ออกมาชี้แจงเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจ ทำให้อนาคตของโทเคนที่ถูกนำเสนอในฐานะ “สัญลักษณ์ของเสรีภาพทางการเงิน” เต็มไปด้วยคำถามและความไม่มั่นใจมากขึ้นทุกที









