ก.ล.ต. ลงโทษปรับ เอกลาภ-Zipmex รวมกว่า 10.9 ล้าน เหตุกระทำผิดพ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัล 13 กรณี

ก.ล.ต. ลงโทษปรับ เอกลาภ-Zipmex รวมกว่า 10.9 ล้าน เหตุกระทำผิดพ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัล 13 กรณี

ข่าวสาร
April 25, 2023 by Cryptocamping
Frame 721 (38)

วันที่ 24 เมษายน 2566 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้รายงานคำสั่งเปรียบเทียบปรับนายเอกลาภ ยิ้มวิไล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซิปเม็กซ์ จำกัด (Zipmex) และ บริษัท ซิปเม็กซ์ จำกัด (Zipmex) รวม 13 กรณี เป็นเงินค่าปรับรวม 10,977,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น การเปรียบเทียบปรับ นายเอกลาภ กระทำผิดมาตรา 94 พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัล รวม 7 กรณี คิดเป็นค่าปรับรวม 5,821,000 ล้านบาท ดังต่อไปนี้

1.สั่งการหรือกระทำการหรือละเว้นไม่สั่งการหรือไม่กระทำการอันเป็นเหตุให้ในช่วงระหว่างวันที่ 15 กันยายน 2564 ถึงวันที่ 7 พฤษภาคม 2565 Zipmex จัดเก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้าในโครงการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อรับผลตอบแทนในประเทศไทย ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ประกาศกำหนดโดยไม่ได้แยกทรัพย์สินที่อยู่ในการดูแลรักษาไว้ในลักษณะที่สามารถชี้เฉพาะได้ว่าทรัพย์สินนั้นเป็นทรัพย์สินของลูกค้าโดยปราศจากเหตุสงสัย และอาจมีการนำสินทรัพย์ดิจิทัลดังกล่าวไปใช้เพื่อการอื่นใด
ถูกคำสั่งเปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 370,000 ล้านบาท

2. สั่งการหรือกระทำการหรือละเว้นไม่สั่งการหรือไม่กระทำการอันเป็นเหตุให้ระหว่างวันที่ 8 พฤษภาคม 2565 จนถึงวันที่20 กรกฎาคม 2565 Zipmex ประกอบกิจการอื่นนอกเหนือจากการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล โดยไม่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. โดยชักชวนลูกค้าของตนไปใช้บริการโครงการ ZipUp+ ของ Zipmex Pte. Ltd. โดยได้รับประโยชน์ตอบแทนจากค่าธรรมเนียมในการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้า โดยไม่ปรากฎว่า Zipmex จัดให้มีระบบในการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในเรื่องดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการประกอบธุรกิจดังกล่าวไม่มีระบบในการควบคุมความเสี่ยงอย่างเพียงพอ
ถูกคำสั่งเปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 670,000 ล้านบาท

3.สั่งการหรือกระทำการหรือละเว้นไม่สั่งการหรือไม่กระทำการอันเป็นเหตุให้ในช่วงประมาณกลางปี 2563 ถึงวันที่ 7 กันยายน 2565 Zipmex ไม่จัดโครงสร้างการบริหารจัดการและระบบงาน รวมทั้งไม่จัดให้มีบุคลากรในจำนวนที่เพียงพอตามหลักเกณฑ์ที่ประกาศกำหนดถูกคำสั่งเปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 980,000 ล้านบาท

4.สั่งการหรือกระทำการหรือละเว้นไม่สั่งการหรือไม่กระทำการอันเป็นเหตุให้ Zipmex ไม่รายงานสรุปการมอบหมายให้บุคคลอื่นเป็นผู้รับดำเนินการในงานที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจประจำปี 2565 ภายในกำหนดระยะเวลาตามหลักเกณฑ์ที่ประกาศกำหนด คือ 31 ธันวาคม 2565ถูกคำสั่งเปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 681,000 ล้านบาท ทั้งนี้ คณะกรรมการเปรียบเทียบได้กำหนดค่าปรับรายวันจนกว่า Zipmex จะปฏิบัติในเรื่องที่ฝ่าฝืนกฎหมายให้ถูกต้อง ทั้งนี้ ค่าปรับที่ปรากฏดังกล่าวยังไม่รวมจำนวนค่าปรับรายวันตั้งแต่วันถัดจากวันที่เปรียบเทียบความผิดจนถึงวันที่บริษัทได้ปฏิบัติถูกต้องภายในกำหนดเวลาตามการเปรียบเทียบความผิด

5.สั่งการหรือกระทำการหรือละเว้นไม่สั่งการหรือไม่กระทำการอันเป็นเหตุให้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 Zipmex ไม่จัดให้มีนโยบาย มาตรการ และวิธีปฏิบัติในการมอบหมายให้บุคคลอื่นเป็นผู้รับดำเนินการในงานที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล อันเป็นการปฏิบัติไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ประกาศกำหนดถูกคำสั่งเปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 2,130,000 ล้านบาท

6.สั่งการหรือกระทำการหรือละเว้นไม่สั่งการหรือไม่กระทำการอันเป็นเหตุให้ Zipmex ซึ่งมีหน้าที่ต้องรายงานผลการการทดสอบการเจาะระบบ (penetration test) ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ภายในวันที่ 14 กรกฎาคม 2565 รายงานผลการทดสอบ penetration test เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2565 จึงเป็นการรายงานผลล่าช้าไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ประกาศกำหนด ถูกคำสั่งเปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 325,000 ล้านบาท

7.สั่งการหรือกระทำการหรือละเว้นไม่สั่งการหรือไม่กระทำการอันเป็นเหตุให้ในช่วงระหว่างวันที่ 7 เมษายน 2565 ถึงวันที่ 20 กรกฎาคม 2565 Zipmex เปิดเผยข้อมูลที่จำเป็นต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการหรือตัดสินใจลงทุนไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ประกาศกำหนด โดยข้อมูลที่ ZIpmex ไม่เปิดเผยให้ครบถ้วนเป็นข้อมูลเกี่ยวกับการนำทรัพย์สินลูกค้าไปลงทุนต่อ ความเสี่ยงเกี่ยวกับโปรแกรม ZipUp+ รวมถึงความขัดแย้งทางผลประโยชน์และความสัมพันธ์ระหว่างกันของ Zipmex กับ Zipmex Asia Pte. Ltd. และ Zipmex Pte. Ltd.ถูกคำสั่งเปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 665,000 ล้านบาท

และเปรียบเทียบปรับ บริษัท ซิปเม็กซ์ กระทำผิดมาตรา 30, 31 พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลอีก 6 กรณี คิดเป็นค่าปรับรวม 5,156,000 ล้านบาท ดังนี้

1.ในช่วงระหว่างวันที่ 15 กันยายน 2564 ถึงวันที่ 7 พฤษภาคม 2565 Zipmex ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ประเภทศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลและนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล จัดเก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้าในโครงการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อรับผลตอบแทนในประเทศไทยไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ประกาศกำหนด โดยไม่ได้แยกทรัพย์สินที่อยู่ในการดูแลรักษาไว้ในลักษณะที่สามารถชี้เฉพาะได้ว่าทรัพย์สินนั้นเป็นทรัพย์สินของลูกค้าโดยปราศจากเหตุสงสัย และอาจมีการนำสินทรัพย์ดิจิทัลดังกล่าวไปใช้เพื่อการอื่นใด
ถูกคำสั่งเปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 370,000 ล้านบาท

2.ระหว่างวันที่ 8 พฤษภาคม 2565 จนถึงวันที่ 20 กรกฎาคม 2565 Zipmex ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลและนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ประกอบกิจการอื่นนอกเหนือจากการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล โดยไม่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. โดยชักชวนลูกค้าของตนไปใช้บริการโครงการ ZipUp+ ของ Zipmex Pte. Ltd.โดยได้รับประโยชน์ตอบแทนจากค่าธรรมเนียมในการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้าโดยไม่ปรากฏว่า Zipmex จัดให้มีระบบในการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในเรื่องดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการประกอบธุรกิจดังกล่าวไม่มีถูกคำสั่งเปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 670,000 ล้านบาท

3.ช่วงประมาณกลางปี 2563 ถึงวันที่ 7 กันยายน 2565 Zipmex ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลและนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ไม่จัดโครงสร้างการบริหารจัดการและระบบงาน รวมทั้งไม่จัดให้มีบุคลากรในจำนวนที่เพียงพอตามหลักเกณฑ์ที่ประกาศกำหนดถูกคำสั่งเปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 980,000 ล้านบาท

4.Zipmex ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลและนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ไม่รายงานสรุปการมอบหมายให้บุคคลอื่นเป็นผู้รับดำเนินการในงานที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจประจำปี 2565 ภายในกำหนดระยะเวลาตามหลักเกณฑ์ที่ประกาศกำหนด คือ 31 ธันวาคม 2565 ถูกคำสั่งเปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 681,000 ล้านบาท

5.ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 Zipmex ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลและนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ไม่จัดให้มีนโยบาย มาตรการ และวิธีปฏิบัติในการมอบหมายให้บุคคลอื่นเป็นผู้รับดำเนินการในงานที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล อันเป็นการปฏิบัติไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ประกาศกำหนด ถูกคำสั่งเปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 2,130,000 ล้านบาท

6.Zipmex ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลและนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิกัล มีหน้าที่ต้องรายงานผลการการทดสอบการเจาะระบบ (penetrationtest) ต่อสำนักงาน ก.ล.ต.ภายในวันที่ 14 กรกฎาคม 2565 แต่ ZIpmex รายงานผลการทดสอบ penetration test เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2565 จึงเป็นการรายงานผลล่าช้าไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ประกาศกำหนด ถูกคำสั่งเปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 325,000 ล้านบาท

Related posts