ศาลเบรก “ฟ้องกลุ่ม” Zipmex! ชี้ความรับผิดชอบผู้บริหาร 23 รายต่างวาระ ผู้เสียหายลั่นอุทธรณ์ต่อ

วันที่ 12 มีนาคม 2569 (2026): วงการคริปโตไทยต้องจับตาอีกครั้ง เมื่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้มีคำสั่ง “ไม่อนุญาต” ให้กลุ่มผู้เสียหายจากแพลตฟอร์ม Zipmex ดำเนินคดีในรูปแบบฟ้องแบบกลุ่ม (Class Action) กับบริษัทและกลุ่มผู้บริหารรวม 23 ราย โดยศาลระบุเหตุผลหลักเรื่องความแตกต่างของช่วงเวลาและความรับผิดชอบที่ทับซ้อนกัน ส่งผลให้เม็ดเงินความเสียหายมหาศาลที่กระจายตัวอยู่ยังคงต้องรอคอยกระบวนการยุติธรรมในชั้นอุทธรณ์ต่อไป
ย้อนรอยมหากาพย์ Zipmex
คดีนี้เริ่มต้นจากการที่นายกิจจา จงขวัญยืน และนายวีรพัฒน์ ปริยวงศ์ ทีมทนายความตัวแทนผู้เสียหาย ได้ยื่นฟ้องบริษัท ซิปเม็กซ์ จำกัด (Zipmex) ซึ่งเคยเป็นยักษ์ใหญ่แพลตฟอร์มเทรดคริปโตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมพ่วงรายชื่อผู้บริหารทั้งไทยและต่างชาติรวม 23 ราย โดยหวังใช้กระบวนการ Class Action หรือการ “ฟ้องแบบกลุ่ม” ซึ่งเปรียบเสมือนการรวมพลังของผู้เสียหายให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อให้การต่อสู้คดีรวดเร็วและประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่าการแยกฟ้องรายบุคคล
เหตุผลที่ศาลสั่ง “ยกคำร้อง”: เมื่อความต่างทำให้รวมกลุ่มไม่ได้
แม้ผู้เสียหายจะมีเป้าหมายเดียวกันคือการทวงคืนความยุติธรรม แต่ศาลได้พิจารณาเห็นว่าคดีนี้มี “ความซับซ้อน” เกินกว่าจะรวมเป็นกลุ่มเดียวได้ด้วยเหตุผลสำคัญ 2 ประการ:
- ตัวละครที่หลากหลายเกินไป: การฟ้องผู้บริหารมากถึง 23 ราย ซึ่งแต่ละคนเข้ามาบริหารใน “ช่วงเวลา” (Tenure) ที่ไม่พร้อมกัน ทำให้ความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์เสียหายของแต่ละคนมีน้ำหนักไม่เท่ากัน เปรียบเหมือนการพยายามลงโทษพนักงานทั้งบริษัทในความผิดที่เกิดขึ้นคนละแผนกและคนละปี
- ไทม์ไลน์ผู้เสียหายไม่ตรงกัน: ลูกค้าแต่ละรายเข้ามาใช้บริการ Zipmex ในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน บางคนเสียหายช่วงต้น บางคนเสียหายช่วงปลาย ทำให้ข้อเท็จจริงทางกฎหมายของแต่ละคน “ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน” เสียทีเดียว ตามหลักกฎหมาย Class Action กลุ่มผู้เสียหายต้องมีลักษณะร่วมที่ใกล้เคียงกันมากที่สุด
สถานะปัจจุบันและก้าวต่อไป
คำสั่งนี้ไม่ได้หมายความว่าคดีสิ้นสุดลง แต่เป็นเพียงการ “ไม่รับพิจารณาในรูปแบบกลุ่ม” เท่านั้น โดยทีมทนายความยืนยันว่าจะรวบรวมพยานหลักฐานใหม่เพื่อยื่นอุทธรณ์คำสั่งนี้ทันที เพื่อรักษาสิทธิของผู้เสียหายในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมที่คล่องตัวที่สุด









