Goldman Sachs สั่งเบรก! เลื่อนลดดอกเบี้ย Fed ไป ก.ย. 2026 หลังเงินเฟ้อจ่อพุ่งจากพิษสงคราม

ความหวังของนักลงทุนที่อยากเห็นนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเร็วๆ นี้ต้องสะดุดลง เมื่อยักษ์ใหญ่แห่งวอลล์สตรีทอย่าง Goldman Sachs ประกาศเลื่อนคาดการณ์การลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ออกไปเป็นเดือนกันยายน 2026 จากเดิมที่เคยคาดไว้ในเดือนมิถุนายน โดยปัจจัยหลักมาจากความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นตามราคาพลังงานอันเป็นผลจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งการคงดอกเบี้ยในระดับสูง (Higher-for-longer) นี้ กำลังสร้างความกังวลว่าสภาพคล่องในตลาดสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตเคอร์เรนซีอาจถูกจำกัดนานกว่าที่คิด
1. พิษสงครามดันราคาน้ำมัน: ตัวแปรหลักที่ทำให้ Fed ไม่ยอมถอย รายงานล่าสุดจาก Goldman Sachs ระบุว่า สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างอิสราเอลและอิหร่านได้กลายเป็น “ตัวเร่ง” สำคัญที่ทำให้เงินเฟ้อไม่ลดลงตามเป้า โดยมีการคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบ Brent อาจพุ่งสูงถึง 3,500 บาทต่อบาร์เรล ($100+) หากสถานการณ์บานปลาย ซึ่งทุกๆ 10% ของราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น จะดึงให้เงินเฟ้อทั่วไป (Headline PCE) ขยับขึ้นอีก 0.2% ส่งผลให้ Goldman Sachs ต้องปรับเป้าเงินเฟ้อปลายปี 2026 ขึ้นไปแตะระดับ 2.9% ซึ่งยังห่างไกลจากเป้าหมาย 2% ของ Fed
2. ปรับแผนลดดอกเบี้ย: จากมิถุนายนสู่กันยายน เดิมทีตลาดคาดหวังการลดดอกเบี้ยครั้งแรกกลางปีนี้ แต่ Goldman Sachs มองว่า “เร็วเกินไป” และได้เสนอโรดแมปใหม่ ดังนี้:
-
ครั้งที่ 1: กันยายน 2026 (ลด 0.25%)
-
ครั้งที่ 2: ธันวาคม 2026 (ลด 0.25%) รวมทั้งปีจะมีการปรับลดเพียง 0.50% เท่านั้น ซึ่งจะทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายยังคงค้างอยู่ที่ระดับประมาณ 105,000 – 114,000 ล้านบาท (เปรียบเทียบจากขนาดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบที่ได้รับผลกระทบ) หรืออยู่ในกรอบ 3.00-3.25% จนถึงสิ้นปี
3. ตลาดคริปโตในสภาวะ “สภาพคล่องตึงตัว” สำหรับโลกคริปโตเคอร์เรนซี “ดอกเบี้ย” คือศัตรูตัวฉกาจ เมื่อดอกเบี้ยคงอยู่ในระดับสูงนานขึ้น นักลงทุนจะหันไปหาการลงทุนที่ปลอดภัยกว่า เช่น พันธบัตรรัฐบาล แทนที่จะเป็น Bitcoin หรือ Altcoins:
-
ต้นทุนค่าเสียโอกาส: เมื่อเงินฝากหรือพันธบัตรให้ผลตอบแทนสูง การถือครองสินทรัพย์ที่ไม่ให้ปันผลอย่าง Bitcoin จึงมีความน่าสนใจลดลงในระยะสั้น
-
ความเสี่ยง Recession: Goldman Sachs ยังได้ปรับเพิ่มโอกาสที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเข้าสู่ภาวะถดถอย (Recession) เป็น 25% ซึ่งหากเศรษฐกิจชะลอตัวจริง แรงเทขายในสินทรัพย์เสี่ยงอาจเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
4. สัญญาณบวกที่ยังหลงเหลือ อย่างไรก็ตาม Goldman Sachs ทิ้งท้ายว่า หากตลาดแรงงานเริ่ม “อ่อนแอลง” เร็วกว่าที่คาด (อัตราว่างงานพุ่งสูงเกิน 4.6%) Fed อาจจำเป็นต้องเปลี่ยนท่าทีและลดดอกเบี้ยเร็วกว่ากำหนดเพื่อพยุงเศรษฐกิจ ซึ่งนั่นจะเป็น “ข่าวดี” ที่ช่วยฉีดฉีดสภาพคล่องกลับเข้าสู่ตลาดคริปโตอีกครั้ง









