เล่าเรื่องหน้าแคมป์ : เมื่อดอลลาร์สหรัฐเริ่มอ่อนค่า จีนติดสปีดดันหยวน แทนดอลลาร์สหรัฐ เป็นไปได้หรือไม่ที่จะขึ้นมาเบอร์ 1 ของโลก

จากไตรมาส 2 ปี 2023 พบว่าจีนใช้เงินหยวนในการทำธุรกรรมระหว่างประเทศ (cross-border transactions) เป็นสัดส่วน 49% ของธุรกรรมทั้งหมดในไตรมาส 2 ปี 2023 ซึ่งแซงหน้าสัดส่วนการใช้เงินดอลลาร์สหรัฐเป็นครั้งแรก!!
สาเหตุหลักมาจากตลาดทุนที่เปิดกว้างมากขึ้น และการค้ากับรัสเซียที่ขยายตัวพร้อมกับการใช้เงินหยวนในการชำระเงินมากขึ้นใช้เงินหยวนในการชำระเงินระหว่างประเทศคิดเป็น 1.51 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ขณะที่การชำระเงินด้วยสกุลเงินดอลลาร์หดตัว 14% เป็น 1.4 ล้านล้านดอลลาร์
ปัจจุบันรัฐบาลจีนได้ส่งสัญญาณที่จะพยายามผลักดันการใช้เงินหยวนหนักขึ้น เพื่อขยายบทบาทของเงินหยวนในการชำระเงินระหว่างประเทศให้มากขึ้น เห็นได้จากนานาประเทศเริ่มมีข้อตกลงในการใช้หยวนตั้งแต่ต้นปี เมื่อเดือนกุมภาพันธ์นี้ ธนาคารกลางแห่งอิรักประกาศว่า จะเลิกใช้เงินดอลลาร์สหรัฐ และเริ่มชำระเงินด้วยสกุลหยวนโดยตรง ต่อด้วยธนาคารกลางของบราซิลประกาศว่า เงินหยวนได้แซงหน้าเงินยูโร เมื่อเดือนมีนาคม เมื่อวันที่ 10 เมษายน ธนาคาร NBD ของรัสเซียก็ได้เข้าร่วมระบบการชำระเงินข้ามพรมแดนด้วยเงินหยวนแล้วเช่นกัน
แม้จีนจะเป็น 1 ในมหาอำนาจอีกฟากหนึ่งของโลก แต่เมื่ออ้างอิงข้อมูลจาก SWIFT ซึ่งเป็นเครือข่ายการทำธุรกรรมทางการเงินทั่วโลกที่รายงานว่า ณ เดือนมิถุนายน 2023 เงินดอลลาร์สหรัฐยังเป็นสกุลเงินที่ถูกใช้มากที่สุดในการทำธุรกรรมทั่วโลก ครองสัดส่วน 42.02% ของธุรกรรมทั้งหมด ส่วนเงินหยวนของจีนมีสัดส่วนการใช้งานทั่วโลก 2.77% ซึ่งเป็นสกุลเงินที่ถูกใช้งานเป็นอันดับ 5 รองลงมาจากดอลลาร์สหรัฐ, ยูโร, ปอนด์ ของอังกฤษ และเยน ของญี่ปุ่น
เมื่อเทียบแล้วสัดส่วนของเงินหยวนในการชำระเงินทั่วโลกยังคงน้อยเมื่อเทียบกับขนาดเศรษฐกิจของจีนที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก แต่ก็เพิ่มขึ้นจากสัดส่วน 1.81% เมื่อ 5 ปีที่แล้ว แสดงให้เห็นว่าการชำระเงินแบบทวิภาคีซึ่งมีแรงหนุนจากอิทธิพลทางเศรษฐกิจของจีนได้ขยายฐานที่มั่นอย่างค่อยเป็นค่อยไป















